![]() ![]() ![]() |
| ปั๊มไฮดรอลิกและระบบการควบคุม (Hydraulic Pumps and Controls). |
|
|||||||
| การควบคุมปั๊มด้วยวิธีชดเชยความดัน (Pressure Compensated Control) |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-1
การควบคุมปั๊มด้วยวิธีชดเชยความดัน . |
| ปั๊มลูกสูบ (Piston Pump) ชนิดปรับปริมาตรได้ (Variable Volume) ตามรูปที่ HYDRO-PUMP-1 นี้มักจะมีแผ่นเอียง | ||
| (Swash Plate) เป็นตัวควบคุมการไหลออกของน้ำมันจากปั๊มไฮดรอลิก การเอียงของแผ่นเอียงนี้จะถูกควบคุมด้วยกลไกสปริงและความดันของน้ำมันไฮดรอลิก ความดันด้านเอาต์พุตของปั๊มจะต่ออยู่กับลูกสูบเซอร์โว (Servo Piston) โดยผ่านทางชุดสปูลชดเชย (Compensator Spool) ในจังหวะปกติสปริงจะดันให้แผ่นเอียงมีมุมเอียงสูงสุดแต่เมื่อความดันเอาต์พุตสูงขึ้น ทำให้ความดันชนิดนี้ชนะแรงสปริงของชุดชดเชยและยอมให้น้ำมันผ่านสปูล (Spool) ออกไปเข้าสู่เซอร์โว ทำให้ความดันน้ำมันจากลูกสูบเซอร์โวไปดันให้แผ่นเอียงมีมุมเอียงลดน้อยลง เป็นผลให้การส่งน้ำมันออกจากปั๊มลดน้อยลงตามไปด้วย น้ำมันภายในของลูกสูบเซอร์โวจะถูกระบายออกทางช่องระบาย (Case) เมื่อความดันทางด้านเอาต์พุตลดน้อยลงกว่าค่าของแรงสปริง ทำให้แรงสปริงดันให้แผ่นเอียงมีมุมเอียงมากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และการส่งน้ำมันก็เพิ่มขึ้นอีกครั้งเช่นกัน สำหรับความดันของน้ำมันภายในห้องชดเชย (Compensator) จะมีรูภายในต่อเข้ากับช่องระบายเพื่อระบายน้ำมันออกทิ้ง | ||
| ควบคุมความดันของน้ำมันด้วยความดันจากรีโมท (Remote Pressure Control) |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-2
การควบคุมความดันด้วยรีโมท . |
| ปั๊มลูกสูบนิดที่มีการควบคุมความดันรีโมท จะมีหลักการทำงานทั้งหมดเหมือนกับรุ่นมาตรฐานของปั๊มแบบชดเชยความดันดังกล่าวมาแล้ว | ||
| เพียงแต่เพิ่มระบบการควบคุมด้วยรีโมทเข้ามาเท่านั้น | ||
| เมื่อความดันทางด้านออกของน้ำมัน (Outlet Port) ส่งน้ำมันออกไป น้ำมันจะเข้าไปยังห้องสปริงโดยผ่านทางคอคอด (Orifice) | ||
| ซึ่งห้องสปริงนี้จะถูกตั้งความดันไว้ที่รีลีฟวาล์วที่อยู่ภายนอก โดยต่อออกไปจากรู A ดังนั้นความดันจากรู A จะทำให้สปริงถูกดันไปทางขวามือ และขณะเดียวกันเมื่อความดันของปั๊มเพิ่มสูงขี้นจนถึงค่าที่ตั้งไว้ (ค่าของรีลีฟวาล์ว) ทำห้ความดันทั้งสองรวมกันให้สปูลของชุดชดเชยเปิดให้น้ำมันเข้าไปยังชุดเซอร์โวได้ เป็นผลให้แผ่นเอียงถูกควบคุมการส่งน้ำมันได้ตามต้องการจะเห็นว่าสามารถควบคุมแผ่นเอียงให้มีมุมเอียงทางรีโมทได้เช่นกัน ส่วนป็อบเป็ตด้านบนทำหน้าที่ควบคุมน้ำมันที่เหลือในห้องสปริงให้ระบายทิ้งทางช่องระบายเมื่อความดันสูงเพียงพอ | ||
| การควบคุมการไหล (Flow Control) |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-3
การควบคุมการไหล . |
| เป็นปั๊มชนิดลูกสูบรุ่นที่ปรับช่วงการไหลได้ ช่อง A จะต่อกับคอคอด (Orifice) ที่ปรับค่าได้ หรือ ปรับค่าไม่ได้เพื่อรับสัญญาณของ | ||
| ความดัน ที่ทำงานที่แท้จริงและความดันที่แท้จริงนี้บวกกับแรงสปริงแตกต่าง (Differential Spring Force) กระทำกับสปูลของชุดชดเชยให้เคลื่อนที่ไปทางซ้ายมือ จนกระทั่งความดันทางออก (Output Pressure) ซึ่งกระทำทางด้านซ้ายมือของสปูลมีความดันสมดุลกัน และอัตราความดันเพิ่มขึ้น (Load Sense) ก็ทำให้ความดันออกเพิ่มขึ้นด้วย (เพื่อรักษาความดันแตกต่างระหว่างคอคอดให้คงที่และการไหลคงที่) ความดันสูงสุดจะกำหนดโดยการตั้งเข็มปรับ (Poppet) ภายใน และค่าความดันสูงสุดที่จะปรับได้นี้จะสามารถปรับได้จนถึงค่าสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ | ||
| การควบคุมปั๊มวิธีชดเชยความดัน แบบที่ 2 |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-4
การควบคุมปั๊มด้วยวิธีชดเชยความดัน แบบที่ 2. |
| ปั๊มลูกสูบชนิดปรับปริมาตรได้ชนิดนี้ ตัวแผ่นเอียงจะถูกควบคุมการเอียงด้วยน้ำมันที่ไหลออกของปั๊ม ปกติแล้วแรงของลูกเซอร์โวจะมี | ||
| มากกว่าแรงของลูกสูบปั๊ม เมื่อความดันเท่ากัน การเดินท่อภายในของปั๊มจากท่อนทางออกไปยังลูกสูบเซอร์โว โดยผ่านทางคอคอด E และไปยังสปูลควบคุมทางช่อง D และความดันนี้จะส่งไปเข้าห้อง (Chamber) ทางคอคอด F ตราบใดที่ความดันทั้งสองเท่ากันจะทำให้สปูลอยู่ในตำแหน่งยกขึ้น (มีแรงของสปริงช่วยเสริมด้วย) | ||
| เมื่อความดันเพิ่มสูงขึ้นถึงค่าที่ตั้งไว้ที่ชุดชดเชยแล้วทำให้วาล์วเข็มปิด เป็นผลทำให้ความดันในสปูลลดลงแล้วทำให้สปูลเคลื่อนที่ลง | ||
| ด้านล่าง และความดันของเซอร์โวลดลง โดยออกทางการควบคุมการระบายที่ ช่อง A เป็นผลทำให้ลูกสูบเซอร์โวดันให้แผ่นเอียงมีมุมเอียงให้น้อยลง น้ำมันไหลออกของปั๊มก็ลดลงด้วย และเมื่อ ความดันของการไหลออกลดลงมากจนถึงค่าหนึ่งที่ไม่สามารถชนะแรงสปริงของสปูลแชมเบอร์แล้ว ค่าสปริงของชุดชดเชย (Compensator Control Spring Setting) จะทำให้สปูลยกขึ้นอีกครั้งหนึ่งการไหลออกของน้ำมันของปั๊มก็เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนี่งเพื่อให้ได้ปริมาตรการส่งน้ำมันได้สูงสุด (Maximum Displacement) | ||
| การควบคุมความดันและแรงม้า (Pressure and Horse Power Control) |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-5
การควบคุมความดันและแรงม้า . |
| ปั๊มลูกสูบชนิดปรับปริมาตรได้ ช่องควบคุมแรงม้า 2 จะมีความไวต่อตำแหน่งของลูกสูบเซอร์โวมาก เมื่อลูกสูบเซอร์โวอยู่ในตำแหน่ง | ||
| ขวามือจะทำให้การไหลน้อย เนื่องจากแผ่นเอียงมีมุมเอียงน้อยและลูกสูบควบคุมกำลัง (Power Control Piston) พยายามสร้างความดันของสปริงให้ได้ค่าสูงสุด กลไกย้อนกลับ (Mechanical Feedback) เมื่อความดันนี้ชนะแรงสปริงของแรงม้า 2 (Horse Power) และความดันชดเชย 3 (Pressure Compensator) จะทำให้ความดันด้านควบคุมสปูล (Control Spool Chamber) ลดลง ทำให้สปูลถูกดันให้เลื่อนลงด้านล่าง และระบายความดันของลูกสูบเซอร์โวออกทางช่อง A | ||
| เวนปั๊มชนิดปรับปริมาตรได้ (Variable Volume Vane Pump Standard Remote Compensator) |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-6
เวนปั๊มชนิดปรับปริมาตรได้. |
| การควบคุมการทำงานของเวนปั๊มนี้มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ ตัวเรือนของชุดชดเชย ค่าของสปริงชดเชย (Preset Compensator | ||
| Spring) สปูลชดเชย (Compensator Spool) และรีลีฟวาล์วชนิดปรับค่าได้แบบทำงานโดยตรง (Adjustable Direct Operated Relief Section) | ||
| เมื่อปั๊มส่งความดันของน้ำมันเข้าไปทางซ้ายมือทางคอคอดด้วย เมื่อความดันทั้งสองเท่าไปทางขวามือ และความดันนี้ยังดันให้สปูล | ||
| เลื่อนไปทางซ้ายมือทางคอคอดด้วย เมื่อความดันทั้งสองเท่ากันจะทำให้สปริงชดเชยดันให้สปูลอยู่ทางขวามือ เป็นผลให้ความดันเข้าไปยังชุดลูกสูบเซอร์โว และดันให้วงแหวนลูกเบี้ยวอยู่ในตำแหน่งการไหลสูงสุด (Maximum Flow) พื้นที่ของเซอร์โวมีมากเป็นสองเท่าของพื้นที่ที่ต้านกับลูกสูบวงแหวนลูกเบี้ยว (Cam Ring Bias Spring) แลเมื่อเความดันเพิ่มสูงขึ้นถึงค่าสปริงของรีลีฟวาล์วชนิดทำงานโดยตรงของชุดชดเชยทำให้ป๊อปเป็ตเปิดออก และยอมให้น้ำมันทางด้านซ้ายมือไหลออกได้ จึงทำให้สปูลเคลื่อนไปทางซ้ายมือ ยอมให้น้ำมันไหลในทิศทางตรงกันข้ามกับครั้งแรก คือไหลไปยังชุดที่ด้านกับลูกสูบวงแหวนลูกเบี้ยว จึงทำให้วงแหวนลูกเบี้ยว (Cam Ring) เยื้องศูนย์กลางน้อยลง การส่งน้ำมันก็ลดน้อยลงด้วย ค่าสปริงที่ตั้งไว้ที่ชุดไบแอสสปูล (Bias Spool) เท่ากับ 225 ปอนด์ / ตารางนิ้ว (16 บาร์) | ||
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-7
การควบคุมปั๊มด้วยรีโมท. |
| การควบคุมการส่งน้ำมันของปั๊มโดยใช้ระบบการควบคุมระยะไกล (Remote Control) ก็กระทำได้เช่นเดียวกัน ด้วยการถอดปลั๊กที่อุด | ||
| อยู่ที่ด้านบนออกแล้วเอารีลีฟวาล์วใส่เข้าไปแทนที่ปลั๊กอุดนั้น การปรับรีลีฟวาล์วมีผลต่อการเยื้องศูนย์กลางของวงแหวนลูกเบี้ยวได้ แต่ความดันของวาล์วตัวนี้ปกติมักจะต่ำกว่าค่าของรีลีฟวาล์วของปั๊มเอง | ||
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-8
การใช้รีลิฟวาล์วควบคุมแบบระยะไกล. |
| การใช้รีลีฟวาล์วติดตั้งเพื่อใช้เป็นชุดควบคุมแบบระยะไกล นอกเหนือจากวิธีการควบคุมดังกล่าวมาแล้วนั้น สามารถควบคุมด้วยระบบ | ||
| การควบคุมด้วยไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน (Electro Hydraulic Flow and Pressure Control) | ||
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-9
การควบคุมปั๊มด้วยระบบไฟฟ้า. |
| การใช้ระบบควบคุมการไหลและความดันด้วยไฟฟ้าเป็นตัวควบคุมนั้น ทำได้โดยใช้อุปกรณ์เหล่านี้ไปปรับความดันของชุดชดเชยให้ได้ | ||
| ความดันตามการส่งน้ำมันออก (Flow Output) ตัวแปลงความดันไฟฟ้า (Transducer) จะประกอบอยู่ในชุดปั๊มเพื่อส่งสัญญาณกลับ ที่เป็นสัดส่วนกับค่าการเยื้องศูนย์ของวงแหวนลูกเบี้ยวหรือปริมาตรของปั๊ม (Pump Displacement) | ||
| ชุดควบคุมของแอมปลิฟายเออร์ (Control Amplifier Board) จะทำหน้าที่ปรับความดันที่ตั้งไว้ที่ปั๊มเพื่อให้ได้สัญญาณย้อนกลับ | ||
| (Feed Back) เท่ากับสัญญาณการไหลทีได้รับ (Commanded Flow) อย่างอัตโนมัติ | ||
| ชุดควบคุมแอมปลิฟายเออร์ประกอบด้วย ชุดควบคุม (Control Elements) ชุดเอาต์พุต (Output Element) และแหล่งจ่ายไฟ | ||
| (Power Supply) ขนาด 120 V.AC สัญญาณเข้า (Input Signal) อาจจะเป็นสัญญาณที่คงที่ หรือสัญญาณที่เข้าไปเป็นขั้น หรือเป็นคลี่ก็ได้ (Step Input or Waveforms) | ||
| ประสิทธิภาพเชิงปริมาตรของปั๊ม (Pump Volumetric Eifficiency) |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-10
ประสิทธิภาพเชิงปริมาตร. |
| 1. ประสิทธิภาพเชิงปริมาตร เป็นการเทียบกันระหว่างอัตราการไหลที่แท้จริงกับอัตราการไหลทางทฤษฎี |
| สูตรการหาค่าประสิทธิภาพเชิงปริมาตร % = [ เอาต์พุตแท้จริง ( แกลลอน/นาที )/เอาต์พุตทางทฤษฏี ( แกลลอน/นาที )] x100 |
| 2. จากรูปที่ HYDRO-PUMP-10 อ่านค่าได้ดังนี้ เมื่อความดัน (ปอนด์/ตารางนิ้ว) เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ค่าการไหล (แกลลอน/นาที) | ||
| ลดต่ำลง เพราะเกิด จากการลื่น (Slip) ของมอเตอร์ไฟฟ้าและการรั่วของปั๊มดังได้กล่าวมาแล้ว | ||
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-11
เปรียบเทียบค่าของความเร็ว และแรงบิด. |
| 3. จากรูปที่ HYDRO-PUMP-11 เป็นค่าการเปรียบเทียบของความเร็ว (Speed) และแรงบิด (Torque) ในสภาวะที่ปั๊มไม่มีโหลด | ||
| (Unload) จะได้ค่าความเร็วเป็น 100 % แต่เมื่อมีโหลดเต็มที่ (Full Load) ค่าของความเร็วจะลดลง ส่วนแรงบิดจะอ่านได้ว่า เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นค่าของแรงบิดก็เพิ่มขึ้นด้วย | ||
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-12
เปรียบเทียบค่าของความเร็ว และแรงบิด. |
| 4. รูปที่ HYDRO-PUMP-12 อ่านได้ว่า เมื่อค่าความดันเพิ่มขึ้น จะทำให้ค่าของอัตราการไหลลดลง โดยค่าการไหลทาง ทฤษฎีไม่คิด | ||
| ค่าการสูญเสียสำหรับเส้นด้านล่าง เป็นค่าอัตราการไหลที่ได้จริงจากการวัดด้วยมิเตอร์วัดการไหล (Flow Meter) | ||
| ความดันแตกต่าง
ได้กล่าวมาแล้วว่า ถึงแม้ว่าปั๊มหรือมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีประสิทธิภาพต่ำลงสักเท่าไรก็ตาม แต่ก็ยังคงมีความสามารถสร้างการไหลเพียงพอ |
||
| ที่จะส่งออกไปได้แต่จะทำให้ค่าความดันที่ได้นั้นลดลง ซึ่งเกิดจากการรั่วไหลของปั๊มและการลื่นของมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Slip) หรือเพราะว่ามีค่าความต้านทานลดน้อยลง | ||
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-13
ค่าความดันแตกต่าง 100 ปอนด์/ตารางนิ้ว. |
| สมมติให้ปั๊มดูดน้ำมันได้ 10 แกลลอน/นาที (GPM) แต่สูญเสียไป 1 แกลลอน/นาที และมีความดันเท่ากับ 900 ปอนด์/ตารางนิ้ว (PSI) | ||
| ก็สรุปได้ว่าปั๊มตัวนี้มีความดัน 900 ปอนด์/ตารางนิ้ว ส่งน้ำมันออกไปได้เหลือเท่ากับ 9 แกลลอน/นาที และความดันที่สามารถชนะโหลดได้ (เป็นโหลดชนิดเคลื่อนที่ได้) เท่ากับ 80 ปอนด์/ตารางนิ้ว จึงมีค่าความดันแตกต่างเท่ากับ 100 ปอนด์/ตารางนิ้ว ซึ่งเป็นค่าที่ชนะความต้านทานของการไหลภายในระบบและเมื่อปั๊มสึกหรอมากขึ้นโดยเพิ่มการสูญเสียมากขึ้นเป็น 5 แกลลอน/นาที แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีค่าของความดัน 800 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อทำให้โหลดเคลื่อนที่ได้อยู่ความดันที่ชนะความต้านทานของปั๊มเท่ากับ 820 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพราะฉะนั้นความดันที่ชนะความต้านทานการไหลในระบบจึงเท่ากับ 20 ปอนด์/ตารางนิ้ว และเมื่อความดันลดลงเหลือเพียง 700 ปอนด์/ตารางนิ้ว ซึ่งต่ำกว่าค่าความดันที่ให้โหลดเคลื่อนที่ได้ จึงมีผลให้โหลดไม่เคลื่อนที่ | ||
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-14
ค่าความดันแตกต่าง 20 ปอนด์/ตารางนิ้ว. |
![]() |
|
รูปที่
HYDRO-PUMP-15
ไม่มีค่าความดันแตกต่าง. |
|
G. PRECISION ENGINEERING LTD.,PART. 26/27 MOO.9 BYPASS ROAD , TUMBOL NAPA AMPHUR MUANG ,CHONBURI 20000 THAILAND. TEL :038-441-348 , 087-9182311 , 081-6446767 FAX : 038-441-349 Website : http://www.Gprecision.net E-mail : info@gprecision.net |