![]() ![]() ![]() |
| สายพานลำเลียง. |
|
|||||||
| สายพานลำเลียง เป็นสายพานที่เคลื่อนที่ต่อเนื่องตลอดเวลาใช้งาน โดยปลายทั้งสองข้างของสายพานจะต่อชนเข้าด้วยกัน ใช้สำหรับ | ||
| ขนถ่ายวัสดุทั้งในแนวราบและแนวลาดเอียง(ขึ้น, ลง) รูป 1 เป็นตัวอย่างการจัดวางสายพานลำเลียง ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก 5 ส่วน ได้แก่ | ||
![]() |
||
|
รูป 1 เป็นตัวอย่างการจัดวางสายพานลำเลียง
|
| 1.
สายพาน (Belt) เป็นส่วนรองรับวัสดุขนถ่ายและทำให้วัสดุขนถ่ายที่อยู่บนสายพานนั้นเคลื่อนที่ตามสาย
พานไปด้วย 2. ลูกกลิ้ง (Idlers) เป็นตัวรองรับสายพานอีกทีหนึ่ง ลูกกลิ้งนี้จะมี 2 ชนิด คือ 2.1 ลูกกลิ้งด้านลำเลียงวัสดุ (Carrying Idlers) 2.2 ลูกกลิ้งด้านสายพานกลับ (Return Idlers) 3. ล้อสายพาน (Pulleys) เป็นตัวรองรับ และขับสายพาน และควบคุมแรงดึงในสายพาน 4. ชุดขับ (Drive) เป็นตัวส่งกำลังขับให้กับล้อสายพาน เพื่อขับสายพานและวัสดุขนถ่ายให้เคลื่อนที่ 5.โครงสร้าง(Structure) เป็นส่วนรองรับและรักษาแนวของลูกกลิ้ง(Idlers)และล้อสายพาน(Pulleys) , และรองรับเครื่องขับสายพาน นอกจากส่วนประกอบหลัก ๆ ของระบบสายพานลำเลียงดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องมีอุปกรณ์ช่วย (Accillary Equipment) อีก |
| ได้แก่ |
| -
อุปกรณ์ปรับความตึงสายพาน (Belt take - ups) ทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบใช้คนปรับ - อุปกรณ์ทำความสะอาด - ชุดป้องกันสายพานเสียหายใต้รางป้อนวัสดุ (Tramp - Iron Protection) - ตัวส่งวัสดุออก (Trippers) และเครื่องกวาด (Plows) - ระบบป้องกันสภาพอากาศ (Weather Protection) |
| การใช้งานและข้อจำกัด |
| สายพานลำเลียงจะมีประโยชน์ในการขนถ่ายวัสดุประเภทผง (Pulverized), เมล็ด (Granular), และวัสดุก้อน (Lumpy) ก็ต่อเมื่อ |
| ่ปริมาณวัสดุขนถ่ายมีมากพอถึงจุดคุ้มทุน และเส้นทางในการขนถ่ายอยู่ในแนวระนาบ หรือลาดเอียง (ขึ้น, ลง) | ||
| ข้อจำกัดของสายพานลำเลียง ได้แก่ |
| -
อุณหภูมิ ต้องไม่สูงนักจนทำให้สายพานไหม้ - ความลาดเอียง ต้องไม่ชันเกินไป จนทำให้วัสดุเลื่อนไหลลง - ระยะทางของจุดศูนย์กลาง (Center's Distance) จะต้องอยู่ภายในช่วงยืดตัวของสายพานที่ใช้ |
| การคิดค้นดัดแปลงสายพานลำเลียงเพื่อใช้สำหรับวัตถุประสงค์พิเศษ และการนำสายพานลำเลียงเข้าใช้ งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น จะทำ | ||
| ให้สายพานลำเลียงมีประโยชน์กว้างขวางขึ้น
ซึ่งเห็นได้ชัดในงานอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมเหมือง หากการออกแบบถูก
ต้อง เหมาะสม และพิจารณาข้อจำกัดแล้วการวางตัวของวัสดุอย่างเหมาะสมบนสายพานลำเลียงจะแตกต่างกันน้อยมากไม่ว่าจะเป็นสายพาน ลำเลียง ในแนวราบ, แนวเอียงขึ้น หรือลาดลง, หรือแบบ ผสม ที่จุดส่งวัสดุออก (Discharge Point) วัสดุจะต้องถูกส่งลงบน อุปกรณ์ลำเลียงชนิดอื่น, ถูกส่งเข้าไปยังอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตบางประเภท, หรือถูกส่งเข้าสถานที่เก็บรักษาอย่างเหมาะสม |
||
| การออกแบบส่วนประกอบ และการจัดวางของสายพานลำเลียง มีหลักการปฏิบัติที่ค่อนข้างแน่นอนอย่างไรก็ตามการออกแบบ การป้อน | ||
| วัสดุ
การส่งวัสดุออก และการเปลี่ยนการทำงานที่จะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์
ความช่างสังเกต และความช่างคิด ประดิษฐ์ของผู้ออกแบบ |
||
| ถ้าจะให้สายพานลำเลียงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จะต้องให้ตำแหน่งรับน้ำหนักบรรทุกอยู่ที่กลางสายพานและในอัตรา ที่ | ||
| สม่ำเสมอ
ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดในภายหลัง เพื่อให้การลำเลียงมีรูปแบบที่ถูกต้องจึงต้องมีเครื่องป้อนวัสดุและการจัดวาง
เครื่องป้อน วัสดุหลาย ๆ ชนิด โดยส่วนใหญ่แล้ว ระบบสายพานลำเลียงจะมีจุดรับวัสดุตายตัว ซึ่งจะรับวัสดุมาจากอุปกรณ์ขนถ่ายชนิดอื่น เช่น รถบรรทุก (Trucks) หรือรถไฟ (Trains) อุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นตัวเชื่อมต่อการขนส่งระหว่างแหล่ง วัสดุ กับระบบสายพานลำเลียง เมื่อการส่งวัสดุไปยังสายพานลำเลียงเป็นแบบไม่ต่อเนื่องจึงจำเป็นที่จะต้องจัดหาถังเก็บ(Surge hopper) และเครื่องป้อน วัสดุบางชนิด ไว้เพื่อให้การส่งวัสดุไปยังสายพานลำเลียงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราความ เร็วสม่ำเสมอ ปัญหาที่ยากที่สุดที่ผู้ออกแบบ ระบบ สายพาน ลำเลียงประสบ คือการออกแบบจุดส่งถ่าย (Transfer points) ที่เหมาะสม การออกแบบนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขมากมาย ได้แก่ คุณสมบัติของวัสดุ, ความเร็วสายพาน, ทิศทางของการขนถ่าย และอัตราการขนถ่าย โดยทั่วไป จะมีชุดสายพานหลักอยู่ 1 ชุด ส่งวัสดุ ออกไปยังสายพานลำเลียงชุดอื่น ๆ ซึ่งจะมีผลต่อการ กระจายตัวของวัสดุในระหว่างที่วัสดุตกลงบนสายพานชุดต่อ ๆ ไป ด้งนั้นสายพาน ที่รับวัสดุต่อจากชุดสายพาน หลักจะต้องมีขนาดที่สัมพันธ์กับวัสดุที่ส่งออกจากชุดสายพานหลักด้วย |
||
| เมื่อวัสดุถูกส่งมาถึงจุดหมายปลายทาง มันจะถูกส่งไปเก็บในคลังสินค้า หรือส่งไปยังอุปกรณ์ในกระบวน การผลิตโดยตรง หรือส่ง | ||
| ไปยังเรือขนส่งสินค้าได้อย่างง่ายดาย
นอกจากการส่งวัสดุออกโดยใช้ล้อสายพานส่ง (Head Pulley Discharge) ธรรมดาแล้ว
ยังได้มีการประดิษฐ์คิดค้นระบบอื่นที่น่าสนใจขึ้นใช้อีกด้วย |
||
| มุมลาดเอียง |
| มุมความลดเอียงของสายพานลำเลียงที่ขนถ่ายวัสดุปริมาณมวล จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัสดุนั้น เช่น ขนาด รูปร่าง ปริมาณความชื้น | ||
| มุมกองวัสดุ
และการไหลตัวของวัสดุ แฟคเตอร์การออกแบบที่มีผลต่อพฤติกรรม ของวัสดุบนสายพานมุมเอียง
ประกอบด้วย ความเร็ว สายพานลำเลียงวัสดุขึ้นหรือลง น้ำหนักสูงสุดที่สายพานรับ ได้และการลำเลียงเป็นแบบต่อเนื่อง สม่ำเสมอและน้ำหนักอยู่กลาง สายพาน หรือไม่ เมื่อความชันมากเกินไป อาจเกิดการลื่นไหล ไหลตัว หรือถอยกลับที่บางส่วนของฐานวัสดุ ทำให้วัสดุหกหล่น โดยเฉพาะเมื่อ สายพานเปียกชุ่มเกินไป ขนาดวัสดุใหญ่เกินไปหรือวัสดุรูปทรงกลมอาจทำให้วัสดุหกหล่นออกจากฐานของวัสดุ ไม่ว่าจะใกล้ด้านข้างของ สายพานหรือปลายสุกของสายพานด้านป้อนวัสดุในขณะที่สายพานทำการลำเลียงวัสดุน้อยกว่า 60% ของพื้นที่หน้าตัดการลำเลียงปกติ จะทำให้สภาพการลำเลียงวัสดุขนาด ใหญ่เลวลง อาจเกิดการกระแทกขึ้น |
||
| สภาพการลำเลียงดังกล่าว (ยกเว้นกรณีหกหล่นที่ปลายด้านของวัสดุ) แก้ไขได้โดยให้สายพานรับภาระในแนวราบหรือมุมเอียงน้อย ๆ | ||
| ก่อน
แล้วจึงเพิ่มความชันสายพานขึ้น(Material-hd- 4 ตาราง แสดงขอบเขตของมุมสูงสุด)
ี่ซึ่งสายพานลำเลียงจะลำเลียงวัสดุ ได้ตาม อัตราที่กำหนด แม้ ว่าจะเป็นขณะความเร็วสูงและบรรทุกไม่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กว่าสภาพการเดินเครื่องจะดีกว่าและปลอดภัย กว่า เมื่อใช้มุมเอียงที่ต่ำกว่าค่าสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำการขนถ่ายวัสดุขนาดใหญ่กว่า 4 นิ้ว (10 ซม.) ขึ้นไป มุมลาดลงสำหรับ การ ลำเลียงลงอาจใช้มุมเดียวกับการลำเลียงขึ้น เช่น ดินเปียก แต่ถ้าเป็นวัสดุก้อนมุมจะลดลงบ้างจึงจะไว้วางใจได้ อย่างไรก็ดี ทั้งมุม ลาดเอียง และความเร็วของสายพานอาจจะไม่เป็นสิ่งวิกฤต เมื่อ อุปกรณ์ขนถ่ายทางลาดลงส่งวัสดุออกไปยังกองวัสดุ (Stockpile) หรือส่งวัสดุเข้าไปยังถัง (Bin) เมื่อการล้น ออกมาของวัสดุจะไม่สร้างปัญหาในการทำความสะอาด |
||
|
Material-hd-
4 ตาราง แสดงขอบเขตของมุมสูงสุด
|
|
วัสดุขนถ่าย
|
มุมลาดเอียงสูงสุด,
องศา*
|
| อลูมินา, แห้ง, ไหลอิสระ |
12
- 14
|
| เมล็ดถั่ว, ทั้งเมล็ด |
5
- 8
|
| ถ่านหิน, แอนทราไซด์ |
16
|
| ถ่านหิน, บิทูมินัส, คัดขนาด, ใหญ่กว่า 4 นิ้ว |
15
|
| ถ่านหิน, บิทูมินัส, คัดขนาด, ขนาด 4 นิ้วลงมา |
16
|
| ถ่านหิน, บิทูมินัส, ไม่คัดขนาด |
18
|
| ถ่านหิน, บิทูมินัส, ละเอียด, ไหลอิสระ |
20
|
| ถ่านหิน, บิทูมินัส, ละเอียด, ไหลช้า (Sluggish) |
22
|
| ถ่านโค้ก, คัดขนาด |
17
|
| ถ่านโค้ก, ไม่คัดขนาด |
18
|
| ถ่านโค้ก, ละเอียด, เถ้า |
20
|
| ดิน, ไหลอิสระ |
20
|
| ดิน, ไหลช้า |
22
|
| กรวด, คัดขนาด, ล้าง |
12
|
| กรวด, คัดขนาด, ไม่ล้าง |
15
|
| กรวด, ไม่คัดขนาด |
18
|
| เมล็ดข้าว |
15
|
| แร่ธาตุ (ดูก้อนหิน) |
15-20
|
| หีบห่อ |
15-25
|
| มูลสัตว์, ขึ้นอยู่กับขนาด, ฐานของวัสดุ และความเข้มข้น (ทาโคไนท์, ปุ๋ย, ฯลฯ) |
5-12
|
| หิน (ดูก้อนหิน) |
15-20
|
| ทราย, ไหลอิสระ |
15-20
|
| ทราย, ไหลช้า (ชื้น) |
20
|
| ทราย, ผ่านการหลอมเหลว, โรงหล่อ |
24
|
| ก้อนหิน, คัดขนาด, ใหญ่กว่า 4 นิ้ว |
15
|
| ก้อนหิน, คัดขนาด, ใหญ่กว่า 3/8 นิ้วถึง 4 นิ้ว |
16
|
| ก้อนหิน, ไม่คัดขนาด, ใหญ่กว่า 4 นิ้ว |
16
|
| ก้อนหิน, ไม่คัดขนาด, ใหญ่กว่า 3/8 นิ้วถึง 4 นิ้ว |
18
|
| ก้อนหิน, ละเอียด, ขนาด 3/8 นิ้ว และเล็กกว่า |
20
|
| ชิ้นไม้ |
27
|
| * สำหรับการลำเลียงขึ้น ขณะที่ภาระสม่ำเสมอและป้อนวัสดุคงที่ |
![]() |
||
|
รูป 2 มุมและความยาวของความลาดเอียง
|
| จากรูป 2 มุมของความลาดเอียงและความยาวของส่วนที่เอียงของสายพานลำเลียงอาจจะหาได้เมื่อรู้ความ ยาวในแนวราบ และ | ||
| ความสูงของส่วนที่เอียงขึ้น | ||
| ตัวอย่าง สายพานลำเลียงมีความยาวในแนวราบ 152 ฟุต และสูงขึ้น 38 ฟุต สำหรับตัวอย่างนี้ การใช้รูปที่ 2หาค่าจะต้อง นำค่า | ||
| ที่ให้มาหารด้วย
2 จะได้ 76 ฟุต และ 19 ฟุตลาก เส้นในแนวตั้งขึ้นจากความยาวแนวราบ 76
ฟุต ไปตัดกับเส้นที่ลากจากความสูง 19 ฟุตในแนวนอนจะตัดกันที่ ประมาณเส้น
14 องศา เมื่อลากเส้นรัศมีจากจุด 14 องศา ขึ้นไป จะได้ค่า 78.5 ฟุต
แล้วคูณด้วย 2 จะได้ความ ยาวในแนว ลาดเอียงเท่ากับ 157 ฟุต มีมุม 14 องศา |
||
| ความกว้างสายพาน และ ความเร็วสายพาน |
| ความกว้างของสายพาน โดยทั่วไปจะมีหน่วยเป็นนิ้ว หรือมิลลิเมตร ความกว้างของสายพานลำเลียง ที่ผลิตในสหรัฐและแคนาดา | ||
| มีขนาด 14, 16, 18, 20, 24, 30, 36, 42, 54, 60, 72, 84, 96 และ 108 นิ้ว | ||
| ในยุโรปความกว้างสายพานตามมาตรฐาน (DIN 22107) มีดังนี้ : 400, 500, 650, 800, 1000, 1200, 1400, 1600, 1800, | ||
| 2000, 2200, 2400, 2600, 2800, 3000 มิลลิเมตร | ||
| โดยทั่วไป สำหรับความเร็วที่กำหนดค่าหนึ่ง ความกว้างสายพานเพิ่มจะทำให้อัตราขนถ่ายเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามความกว้าง | ||
| สายพานอาจจะขึ้นอยู่กับขนาดของวัสดุขนถ่าย
สายพานจะต้องกว้างพอที่จะลำเลียงทั้ง วัสดุก้อนและวัสดุผง ได้โดยวัสดุจะไม่อย ู่ใกล้ขอบสายพานจนเกินไป โดยเฉพาะขนาดด้านในของรางป้อนวัสดุ (Loading Chutes)และระยะระหว่างแผ่นกั้น (Skirtboards) ต้องมากพอที่วัสดุขนาดต่าง ๆ จะผ่านไปได้ |
||
| ขนาดวัสดุมีผลต่อรายละเอียดของสายพาน และการเลือกลูกกลิ้งด้านลำเลียงวัสดุ (Carrying Idlers) เช่นเดียวกับความ สัมพันธ์ | ||
| ระหว่างขนาดวัสดุ กับความกว้างสายพาน | ||
![]() |
||
|
รูป 3 ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดวัสดุ กับความกว้างสายพาน
|
| คำแนะนำ ขนาดวัสดุใหญ่สำหรับความกว้างสายพานมีดังนี้ : (ดูรูป 3) |
|
- วัสดุก้อน 10% และวัสดุผง 90% ขนาดวัสดุใหญ่สุดคือ 1/3 ของความกว้างสายพาน
(B/3) - วัสดุก้อนทั้งหมดไม่มีวัสดุผง ขนาดวัสดุใหญ่สุดคือ 1/5 ของความกว้างสายพาน (B/5) |
| ความเร็วของสายพานลำเลียงที่เหมาะสม ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัสดุที่จะขนถ่าย อัตราขนถ่ายที่ ต้องการ และแรงดึง | ||
| ในสายพาน
วัสดุที่เป็นผง ควรขนถ่ายด้วยความเร็วต่ำ เพื่อให้ฟุ้งน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดป้อนวัสดุและจุดปล่อย
วัสดุ วัสดุเปราะ ก็ต้องจำกัดความเร็วด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายที่จุดป้อนวัสดุและจุดปล่อยวัสดุขณะที่สาย พานวัสดุกำลังเคลื่อนที่อยู่เหนือลูกกลิ้ง สายพาน วัสดุหนักและคม ควรใช้ความเร็วสายพานพอประมาณเนื่องจากขอบคมจะทำให้ผิวของสายพานสึกหรอ มากเกินไป โดยเฉพาะ อย่างยิ่งถ้าความเร็วของการป้อนวัสดุในทิศทางเคลื่อนที่ของสายพานต่ำกว่าความเร็วของ สายพาน |
||
| ความเร็วที่ใช้กันทั่วไปของสายพานลำเลียง แสดงไว้ในรูป 4 |
![]() |
||
|
รูป 4 ความเร็วสายพานที่เหมาะสมกับความกว้างสายพาน
|
| ภายใต้สภาพการรับและเคลื่อนย้ายวัสดุ สำหรับสายพานแอ่งที่กว้างกว่า 36 นิ้ว หรือ 900 มิลลิเมตร ใช้ ความเร็วมากกว่า 1000 | ||
| ฟุตต่อนาที
(5.1 เมตร / วินาที) (แม้ว่าอายุการใช้งานของยางหุ้มสายพานจะลดลง)
สำหรับวัสดุผง,ทรายเปียก, ถ่านหิน, ดินก้อน ไม่ใหญ่นัก และหินบด |
||
| กำลังที่ใช้ในการขับสายพานและน้ำหนักบรรทุกเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องพิจารณา ณ ที่น้ำหนักบรรทุก ที่ยอมได้ | ||
| (ตันต่อชั่วโมง, TPH) กำลังที่ใช้ขับสายพานขณะบรรทุกจะมากกว่ากำลังที่ใช้ขับสายพานเปล่ามาก ส่วนการเพิ่มความเร็วสายพานเล็กน้อย จะมีผลใน การเพิ่มกำลังขับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น | ||
| นอกจากนี้ยังต้องทำการปล่อยวัสดุออกที่เหนือล้อสายพานขับมาพิจารณาด้วย ถ้าวัสดุแห้งละเอียดและ ความเร็วสายพานสูง จะทำ | ||
| ให้วัสดุฟุ้งกระจายมาก
แต่ถ้าเป็นวัสดุหนักก้อนใหญ่หรือถ้ามีขอบเป็นเหลี่ยมคมความ เร็วในการปล่อยวัสดุสูงอาจทำให้ราง
ปล่อยวัสดุ หรือรางเปลี่ยนทิศทางสึกหรอมากเกินไป |
||
| การกำหนดแรงดึงสายพาน และกำลังม้า |
| มหาวิทยาลัยและบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกได้พัฒนาสมการสำหรับการคำนวณแรงดึงสายพาน โดยกำหนด เป็นฟังก์ชั่นของ น้ำหนัก | ||
| บรรทุก ความเร็ว ความยาว เป็นต้น | ||
| บางสมการได้ใช้เป็นมาตรฐานแล้วได้แก่ DIN # 22101 ของเยอรมัน และ CEMA ของอเมริกาซึ่งต่าง ก็มีข้อดีข้อเสียอยู่ในตัว | ||
| และการเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับความต้องการของท้องถิ่นนั้น หรือการระบุมาตรฐาน | ||
| อย่างไรก็ตาม สมการดังกล่าวทั้งหมด ประกอบด้วยกำลัง 4 อย่าง รวมกันคือ |
| -
กำลังที่ใช้ขับสายพานเปล่าให้เคลื่อนที่ โดยเอาชนะความเสียดทานขณะไม่มีภาระ
- กำลังที่ใช้ขับสายพานขณะบรรทุกให้เคลื่อนที่โดยเอาชนะความเสียดทานขณะบรรทุก - กำลังขณะเพิ่ม หรือลดน้ำหนักบรรทุก - ความเสียดทานจากอุปกรณ์สนับสนุน เช่น แผ่นกั้น (Skirts) คราด (Scrapers) Trippers เป็นต้น |
| สมการทั้งหมดยังรวมแฟคเตอร์ความเสียดทาน สำหรับหมุนลูกกลิ้ง และการแอ่นตัวของสายพานต่อน้ำ หนักบรรทุก ซึ่งค่าดังกล่าว | ||
| ยังมีความเห็นแตกต่างกันว่าควรจะเป็นค่าคงที่หรือฟังก์ชั่นของความเร็วสายพาน และ / หรือ การรับน้ำหนักบรรทุก และ / หรือ ความยาวสายพาน และ / หรือ การตกท้องช้างของสายพาน | ||
| สมการกำลังของ CEMA มีดังนี้ : |
|
Belt
HP = {L [Kt + (Kx + KyWb
+ 0.015Wb)] + KyLWm + HWm}
|
|
| เมื่อ |
|
L
= ความยาว (ฟุต) |
|
CEMA
ได้จัดทำแผนภูมิและตารางค่าแฟคเตอร์ Kt
Kx และ
Ky
ไว้ในหนังสือ"Belt
Conveyors for Bulk Materials" |
|
N = |
(3.6 Gm V + Qt ) + - | หน่วย กำลังม้าเมตริก (PS) | ||
| เมื่อ |
|
C = แฟคเตอร์ที่ขึ้นอยู่กับความยาวสายพาน |
| โดย C = | สมการของ DIN จะคล้ายกับสมการของ Goodyear : |
| Belt HP = | ![]() |
(3.6 Gm V + Qt ) + - | หน่วยเมตริก |
| หรือ |
| Belt HP = | ![]() |
(0.03 Gm V + Qt ) + - | หน่วยอังกฤษ |
| Lo
เป็นค่าแฟคเตอร์ความยาวเทียบเท่าหน่วยฟุต
ซึ่งได้รวมความเสียดทานคงที่ของล้อสายพานไว้ด้วยแล้ว |
| เนื่องจากไม่สามารถนำตารางและกราฟ สำหรับค่าแฟคเตอร์ความเสียดทานต่าง ๆ ที่ใช้ในการแก้สมการ กำลังของ CEMA และ DIN | ||
| นำมาบรรจุไว้ในที่นี้ได้ แต่จะพิจารณาการหากำลังม้าสายพานและแรงดึงสายพาน โดยใช้วิธีของ Goodyear Handbook of Conveyor and Elevator Belting) ซึ่งใช้ตารางข้อมูล น้อยกว่ามาก | ||
| ผู้ผลิตสายพานลำเลียงจำนวนมากจะใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้สมการแรงดึงและสมการกำลังขับเพื่อลด ความยุ่งยากในการคำนวณ |
| สำหรับวิศวกรสนามจำเป็นต้องมีการคำนวณหาแรงดึงสายพานอย่างคร่าว ๆ ดังนั้น Goodyear จึงได้ พัฒนาวิธีพลอตกราฟ | ||
| ห
าแรงดึงตามความยาวของสายพานขึ้น ซึ่งจะได้กล่าวถึงสมการของ Goodyear
โดย ละเอียดต่อไป |
||
| สมการ
Goodyear ที่ใช้อยู่ คือ : |
| กำลังม้า = | +Accessories |
|
TE = C( L + Lo )(Q+
|
)+- |
| เมื่อ |
|
TE
= แรงดึงใช้งาน
หรือแรงดึงสายพานที่ล้อสายพานขับ (ปอนด์) |
| = น้ำหนักของวัสดุที่บรรทุกอยู่บนสายพาน (ปอนด์ต่อฟุต) |
| สำหรับหน่วยเมตริก
T = ตันต่อชั่วโมง Q = กิโลกรัมต่อเมตร H, L = เมตร S = เมตรต่อวินาที TE = กิโลกรัม |
| ดังนั้นสมการของ Goodyear จึงกลายเป็น |
|
TE = C( L + Lo )(Q+
|
)+- |
| N (HP) = | +Accessories |
|
Material-hd-
5 ตารางแฟคเตอร์ความเสียดทาน (C) และแฟคเตอร์ความยาว (L0)
สำหรับสูตรหาแรงดึง
|
|
ประเภทของการขนถ่าย |
แฟคเตอร์ความเสียดทาน
(C)* |
แฟคเตอร์ความยาว
(L0),ฟุต* |
|
สำหรับการขนถ่ายที่มีโครงสร้างถาวรหรือจัดแนว
โครงสร้างดีและการบำรุง รักษาตามปกติ |
0.022 |
200 |
|
สำหรับโครงสร้างแบบชั่วคราว
เคลื่อนย้ายได้ หรือจัดแนวโครงสร้างไม่ดีรวมถึงการลำเลียง |
0.03 |
150 |
|
สำหรับการขนถ่ายที่ต้องการรั้งสายพานในขณะ |
0.012 |
475 |
| * ค่าแฟคเตอร์ C และ L0 มีการทดลองจนได้ค่าเป็นที่น่าพอใจสำหรับการคำนวณหาแรงดึงในสายพาน และกำ ลังม้า อย่างไรก็ตาม | ||
| ถ้าการขนถ่ายระยะทางไกล
ๆ และอยู่ในระดับที่ได้ส่วนกัน รับน้ำหนักบรรทุกเต็มที่ได้ก็ต่อ เมื่อ
กำลังที่ต้องการใช้มาก และได้ชดเชยค่า ความเสียดทานขณะเริ่มต้นได้แล้ว ซึ่งแนะนำให้ผู้ผลิตสายพานให้ คำปรึกษาสำหรับผู้ช่วยวิศวกรในการเลือก ค่าแฟคเตอร์เหล่านี้ให้ |
||
| ค่าต่าง ๆ สำหรับแฟคเตอร์น้ำหนักและน้ำหนักสายพาน |
| ตารางMaterial-hd- 6 แสดงค่าเฉลี่ยของน้ำหนักสายพาน (Bw) และแฟคเตอร์น้ำหนัก (Q) สำหรับความกว้างสาย พานแบบชั้น | ||
| (Ply - type) ขนาดต่าง ๆ ดังนั้นค่าเหล่านี้จึงไม่ควรนำไปใช้กับสายพานแบบลวดเหล็ก (Steel Cable) เนื่องจากทั้งค่า (Bw) และ Q โดยทั่วไปจะสูงกว่ามาก การคำนวณหาค่า Q ที่ถูกต้องจะต้องได้รับการ พิจารณาก่อนเสมอในทุก ๆ กรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีต่อไปนี้ | ||
| 1.
ระดับของอุปกรณ์ขนถ่าย ที่ซึ่งทำให้แรงดึงสายพานและกำลังม้าที่เกิดขึ้นในช่วงแรกเนื่องจากความเสียดทาน
2. ความกว้างสายพาน ที่ทำให้ค่าประมาณของ Q และ Bw เปลี่ยนแปลงไปจากค่าที่แท้จริงมาก 3. ในกรณีที่น้ำหนักจริงของสายพานที่เลือกใช้แตกต่างจากน้ำหนักเฉลี่ยข้างต้นเกินกว่า20% ให้เปลี่ยนค่า Q และคำนวณค่า แรงดึงสายพานใหม่ 4. อุปกรณ์ขนถ่ายที่ใช้สายพานลวดเหล็ก (Steel Cable) |
| ค่า Q สามารถคำนวณค่าสำหรับใช้กับสายพานและลูกกลิ้ง ได้ดังนี้ |
|
Q
= 2(Bw) + (W1 /I1) + (W2
/I2)
|
| เมื่อ |
|
|
|
Material-hd-
6 ตารางแสดงค่าเฉลี่ยของค่า Bw
และ Q สำหรับสายพานแบบชั้น (Ply - type) หน่วยเป็นปอนด์ต่อฟุต
|
|
ความกว้าง(นิ้ว) |
ขนถ่ายวัสดุน้ำหนักเบา
ถึง 50
lb/cu.ft. |
ขนถ่ายวัสดุน้ำหนัก
ปานกลาง 50
ถึง100
lb/cu.ft. |
ขนถ่ายวัสดุน้ำหนักมากกว่า
100 lb/cu.ft. |
|||
|
Bw |
Q |
Bw |
Q |
Bw |
Q |
|
|
14 |
1 |
7 |
2 |
13 |
3 |
19 |
|
16 |
2 |
8 |
3 |
14 |
4 |
21 |
|
18 |
3 |
9 |
4 |
16 |
5 |
23 |
|
20 |
4 |
10 |
5 |
18 |
6 |
25 |
|
24 |
5 |
14 |
6 |
21 |
7 |
29 |
|
30 |
6 |
19 |
7 |
28 |
8 |
38 |
|
36 |
7 |
26 |
9 |
38 |
11 |
52 |
|
42 |
9 |
33 |
11 |
50 |
14 |
66 |
|
48 |
12 |
40 |
15 |
60 |
18 |
82 |
|
54 |
14 |
50 |
18 |
71 |
22 |
97 |
|
60 |
17 |
62 |
21 |
85 |
27 |
115 |
|
66 |
20 |
75 |
24 |
103 |
32 |
135 |
|
72 |
22 |
88 |
28 |
121 |
36 |
155 |
| Bw
= น้ำหนักสายพาน Q = แฟคเตอร์น้ำหนักของชิ้นส่วนเคลื่อนที่ |
| ชุดสายพาน |