ความรู้เบื้องต้นว่าด้วยการขนถ่ายวัสดุ.
 

  อุปกรณ์ขนถ่าย ใช้สำหรับวัสดุจากแหล่งวัตถุดิบไปยังโรงงานผลิตเพื่อผลิตสินค้าจากนั้นนำไปเก็บไว้ในคลังสินค้าแล้วจึงจะส่ง ออก
  จำหน่าย ให้แก่ผู้บริโภคสินค้าทุกชนิดจะมีกระบวนการดังกล่าวเหมือนกันหมด ดังนั้นจะเห็นว่าการชนถ่ายวัสดุจึงเป็นส่วนสำคัญ ยิ่งส่วน
หนึ่ง ในทางเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม การผลิตสินค้าจำนวนมาก ๆ (Mass Production) จำเป็นต้องอาศัยระบบการขนถ่าย
  อุปกรณ์ขนถ่ายทางกล เป็นหัวใจของการขนถ่ายในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการการขนถ่ายวัสดุปริมาณมวลหรือวัสดุหีบห่อ
  การเลือกใช้อุปกรณ์การขนถ่ายทางกล สำหรับวัสดุปริมาณมวล รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบขนถ่ายทางกลด้วย

  อุปกรณ์ขนถ่าย (Conveyors) จำแนกออกตามการติดตั้งได้เป็น
  - แบบติดตั้งตายตัว (Fixed)
- แบบเคลื่อนย้ายได้ (Portable)
  นอกจากนี้ยังจำแนกตามการขับเคลื่อนได้เป็น
  - แบบขนถ่ายต่อเนื่อง (Continuous)
- แบบขนถ่ายเป็นช่วง ๆ (Intermittent) แต่การขับเคลื่อนต่อเนื่อง
  สำหรับ CEMA (The American Conveyor Equipment Manufacturer'sAssociation) ได้กำหนดชนิด ของ
  อุปกรณ์ขนถ่ายได้ประมาณ 80 ชนิด อุปกรณ์ขนถ่ายขึ้นที่สูง (Elevators) 10 ชนิด และเครื่องป้อนวัสดุ (Feeders) 50 ชนิด ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะ อุปกรณ์ขนถ่ายทางกล และ อุปกรณ์ขนถ่ายขึ้นที่สูง สำหรับถ่ายวัสดุปริมาณมวล และ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (Association Equipment) ชนิดเท่านั้น
  หน่วยวัด (UNITS)
  โดยทั่วไปหน่วยวัดพื้นฐานได้แก่ ความยาว แรง และเวลา จะเป็นหน่วย อังกฤษ หรือเมตริก ซึ่งยังแยกหน่วย วัดตามการ ใช้งาน
  จริงได้เป็น หน่วยวัดมวล เช่น ปอนด์มวล (lbm)และหน่วยวัดแรง เช่น ปอนด์แรง (lbf) อีกด้วย
  ระบบเมตริกจะใช้ระบบสัมบูรณ์ (Absolute) หรือระบบ C.G.S. (Centimeter-gram-second) ซึ่งมีหน่วยวัดมวลเป็น กรัม
  และหน่วยวัดแรงเป็น ไดน์ (dyne)
  ในระบบ SI (International System of Units) มีหน่วยวัดมวลเป็น กิโลกรัมความยามเป็น เมตรและเวลาเป็นวินาที หน่วยวัดแรง
  คือ นิวตัน (N, Newton)
 
1 N = 1 kgm/sec = 105 dynes
  หน่วยวัดความดันจะบอกเป็น N/m2 หรือ ปาสคาล (Pascal, Pa) แต่เนื่องจาก Pa เป็นหน่วยวัดที่มี ขนาดเล็กมากดังนั้น โดย
  ทั่วไปจึงนิยมใช้ กิโลปาสคาล (kPa) แทน
  หน่วยวัดพลังงาน (Energy) หรือ งาน (Work) คือ จูล (Joule, N-m) และ หน่วยวัดกำลัง (Power) คือ วัตต์ (Watts) หน่วย
  วัดความถี่ คือ เฮิรตซ์ (Hertz, Hz) ซึ่งมีค่าเป็น รอบต่อวินาที (Cycle/second)

Material-hd-1 ตารางแปลงหน่วย

แปลงจากหน่วย        

เป็น

ให้คูณด้วย

ความยาว
feet                
inch       
yard      
mile (US)


m
mm
m
km


0.305
25.4
0.9144
1.61

มวล
lb m          
kgf sec2/m    
Slug       

 
kgm  
kgm
kgm    


0.455

9.806

14.59

แรง
lbf                 
kgf (Kp)           
lbf             
dyne  

    
N    
N  
kgf   
N   


4.448
9.806
0.455
1x10-5

ความดัน
atm             
atm            
atm                   
psi           
psi                 
psi                     
ps      
atm       
Pascal         


psi
kgf /cm2
kPa
kgf /cm2
N/m2   
kPa
N/m2
kN/m2
N/m2  

 

14.5
1.0
101.325
0.0703
6894.0
6.89
47.87
98.0
1.0

ความเร่ง

ค่าคงที่แรงโน้มถ่วง 
ค่าคงที่แรงโน้มถ่วง
 


ft/sec2
m/sec2


32.2
9.806

ปริมาตร
ft3                      
yd3                           
gallon (US)              
gallon (UK)              

barrel (petroleum,42 US gal)       
bushel (US)
bushel (US)
m3                                                     

 

liter (dm3)   
m3      
liter  
liter
m3  
liter  
ft3   
liter    

 

28.32
0.7645
3.785
4.546
0.159
35.24
1.2445
1000.0

ความหนาแน่นปริมาณมวล (Bulk Density)
lbf /ft3          
lbm/ft3                  
lbf /ft3                


kgf /m3  
kgm /m3
N /m3


16.02
16.02
157.0

พลังงาน (Energy)
watt/sec       
Btu                            
Btu                    
1 Mj                 
ft.lbf                      
ft.lbf                     


Joule    
kJ
W.hr
Btu
Joule
kgf .m


1.0
1.055
0.293
948.0
1.356
0.1383

กำลัง (Power)
watt                   
HP (US & UK) 
HP (US & UK)
HP (US & UK)             
HP (metric)            
Btu/sec                               
Btu/hr                            
ft.lbf /sec              
ft.lbf /sec kgf


J/sec   
metric HP
ft.lbf /sec
watt    
watt    
kw
watt   
watt  
m/sec


1.0
1.0139
550.0
745.0
735.0
1.0543
0.2929
1.356
0.1383

 

    มาตรฐานและนิยาม
    การขนถ่ายวัสดุปริมาณมวลยังคงขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญอยู่มาก แม้ว่าการพัฒนาวิธีการมีระบบจะก้าวหน้าไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากการ
  ออกแบบอุปกรณ์ส่วนมากจะอาศัย ประสบการณ์ของผู้ออกแบบแต่ละราย ซึ่งทำให้การออกแบบอาจจะดีบ้างไม่ดีบ้าง
    ในยุโรป มีการรวบรวมประสบการณ์ของผู้ออกแบบแต่ละรายเข้าเป็นรูปแบบมาตรฐานวิศวกรรมนานาชาติเพื่อใช้พัฒนาอุปกรณ์ขนถ่าย
  ปริมาณมวล ซึ่งครอบคลุมถึง การกำหนดขนาดขั้นพื้นฐาน, ขอบเขตของอัตราการขนถ่าย (Capacity Ranges), การคำนวณหากำลังม้า และการออกแบบลักษณะต่าง ๆจากมาตรฐานนี้ทำให้มีแนวทางปฏิบัติด้านวิศวกรรมที่ถูกต้องเป็นแบบเดียวกัน มาตรฐานที่ดีได้แก่ DIN ของเยอรมัน ซึ่งครอบคลุมอุปกรณ์ขนถ่ายอย่างกว้างขวาง
    ในอเมริกา CEMA เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและได้เริ่มพัฒนา อีกทั้งรวบรวมหลักเกณฑ์และวิธีการทางวิศวกรรมเข้าด้วยกัน
  เช่น หนังสือชื่อ "Belt Conveyors for Bulk Materials" ของ CEMA ซึ่งเกิดขึ้นจากการพบปะพูดคุยกัน ของผู้ดำเนินกิจการด้าน
อุปกรณ์ขนถ่ายและมีการร่วมมือกันทางความรู้ ความชำนาญ เพื่อสร้างรูปแบบวิธีการทางวิศวกรรม ในการติดตั้งอุปกรณ์ สายพานลำเลียง
ให้เป็นรูปแบบเดียวกัน
Head


    นิยามของคำว่า อัตราขนถ่าย (Capacity)
    นิยามของคำว่า "Conveyor" หรือ "อุปกรณ์ขนถ่าย" คืออุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้าย หรือ ขนส่งวัสดุปริมาณมวล, หีบห่อ หรือ วัสดุ
  ในเส้นทางที่กำหนดตามการออกแบบ มีจุดรับ (Loading) และส่งออก (Discharge) เป็นแบบตายตัว (Fixed) หรือ แบบเลือกได้ (Selective) อุปกรณ์นี้อาจจะขนถ่ายในแนวราบ ลาดเอียงหรือ ในแนวดิ่งก็ได้ ซึ่งรวมทั้งSkip Hoist, อุปกรณ์ขนถ่ายในแนวตั้ง
(vertical Reciprocating) และในแนวลาดเอียงขึ้น (Inclined Reciprocating Conveyors)
  อุปกรณ์ที่ไม่นับว่าเป็นอุปกรณ์ขนถ่าย ได้แก่ รถบรรทุกในโรงงาน, รถแทรกเตอร์, รถเทรลเลอร์,เครื่องจัด เก็บวัสดุเข้าชั้นวาง (Tiring
  Machines, Truck Type) ชนิดที่เป็นรถบรรทุก, รถเครน, MonorailCranes, รอก (Hoists), Power and Hand shovels, Power Scoops, Buchet Drag Lines, platform Elevators ที่ออกแบบเพื่อใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร หรือ Elevator Operator และพาหนะบนทางหลวง หรือพาหนะที่อยู่บนราง ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะ อุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุปริมาณมวล เมล็ดแข็งเท่านั้น
  อัตราขนถ่าย จะมีหน่วยเป็นจำนวน ชิ้น, ปริมาตร หรือน้ำหนัก ต่อหน่วยเวลา ซึ่งแต่ละคนจะเข้าใจความหมายของคำนี้แตกต่างกันไป
 

เช่น ผู้ควบคุมเครื่องจักรต้องการขนของลงจากรถราง 10 คัน คันละ 100 ตันในเวลา 10 ชั่วโมง หรือ 1 คันต่อชั่วโมง หรือ 100 ตันต่อ
ชั่วโมง (TPH) อุปกรณ์ขนถ่ายชุดหนึ่งขนของได้ 100 ตันต่อชั่วโมง จะไม่สามารถขนของลงจากรถได้ตามเวลาวางแผนไว้ นอกจากจะ
มีกรวยปล่อยวัสดุ (Surge Hopper) อยู่เหนืออุปกรณ์ขนถ่ายนั้น เวลาที่เสียไป ณ จุดส่งวัสดุออกและเวลาในการทำความสะอาด
รถแต่ละคัน จะถูกนำมาคิดด้วย ซึ่งการขนถ่ายปริมาณ 100 ตันอาจจะใช้เวลาเพียง 40 นาที หรือคิดเป็นอัตราขนถ่ายได้ 150 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งต่างก็อ้างอิงถึงการขนถ่ายครั้งเดียวกันนั้นเอง

  จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้มีการพยายามเปลี่ยนแปลง คำว่า "Capacity" หรืออัตราการขนถ่ายวัสดุด้วยคำบางคำเพื่อ ให้มีความ
  ถูกต้องมายิ่งขึ้น ได้แก่
  อัตราขนถ่ายขณะเดินเครื่อง (OPERATING CAPACITY)
  เป็นอัตราการขนถ่ายเฉลี่ยภายใต้สภาวะการทำงานของเครื่องตามปกติซึ่งจะนำช่วงเวลาที่หยุดเครื่องเพื่อบำรุงรักษาและซ่อมแซม
  รวมทั้งเวลาที่เครื่องทำงานโดยไม่มีการขนถ่ายเพื่อการเคลื่อนย้าย, ติดตั้ง หรือ ปรับแต่งอุปกรณ์มาคิดรวมด้วย โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับ
ระบบหรือเครื่องที่ใช้งานได้สมบูรณ์แล้ว ซึ่งอัตราการขนถ่ายนี้จะมีหน่วยเป็นตันต่อปี, ตันต่อวัน หรือตันต่อชั่วโมง
  อัตราขนถ่ายที่กำหนดในอุดมคติ (RATED CAPACITY)
  เป็นอัตราการขนถ่ายเฉลี่ย ภายใต้สภาวะการเดินเครื่องในอุดมคติ โดยไม่มีอุปกรณ์เสียหายและในเวลาที่กำหนด โดยทั่วไป จะ
  ใช้กับการจัดเตรียมอุปกรณ์ขนถ่ายหรือการจัดเตรียมส่วนประกอบในระบบ (ยังไม่ได้ใช้งานจริง) มีหน่วยเป็น ตันต่อชั่วโมง หรือ ปอนด์ต่อนาที
  อัตราขนถ่ายสูงสุด (PEAK CAPACITY)
  อัตราขนถ่ายสูงสุดที่ทำได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในบางครั้งจะคิดเป็นอัตราการขนถ่ายต่อนาที แล้วจึงเทียบกลับไปเป็นอัตราการ
  ขนถ่ายต่อชั่วโมง
  อัตราขนถ่ายออกแบบ (DESIGN CAPACITY)
  เป็นการขนถ่ายที่คิดคำนวณจากการออกแบบโครงสร้างและ การออกแบบทางกล ซึ่งปกติ Design Capacity จะเท่ากับ Peak
 

Capacity เท่ากับ 115 % ของ Rated Capacity หรือเท่ากับ Peak Capacity โดยจะใช้ค่าที่สูงกว่าเป็นหลัก เมื่อนำอุปกรณ์ไป
ใช้งานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการชนถ่ายขนาดใหญ่เกี่ยวกับการสำรองคลัง (Stockpiling)และการขนกลับ (Reclaiming) การขนของ
ขึ้นลงเรือหรือรถไฟจะใช้ค่า RatedCapacity เท่ากับ 125 หรือ 130 % ของOperating Capacity ของระบบการขนถ่าย ทั้งหมด
ยกตัวอย่างเช่นถ้าระบบขนของลงเรือมี Operating Capacity เท่ากับ 5000 ลิตรต่อชั่วโมง และมีเวลาการติดตั้ง Shiploader ระหว่างดาดฟ้าเรือประมาณ 12 นาทีในระหว่างการขนของ 1 ชั่วโมง ดังนั้นอัตราการขนถ่าย 5000 ลิตรต่อชั่วโมง จะใช้เวลาขนถ่าย
จริง ๆ 48 นาที หรือเป็นอัตรา 6250 ลิตรต่อชั่วโมง

  รายละเอียดในการจัดหาอุปกรณ์
  ในการจัดหาอุปกรณ์ จำเป็นต้องมีรายละเอียดอย่างเพียงพอ เนื่องจากการขนถ่ายปริมาณมวลยังคงขึ้นกับความเชี่ยวชาญอยู่ ผลของการ
  จัดหาอาจจะมีหลายผลลัพธ์ หากมีรายละเอียดเพียงพอเราสามารถที่จะเลือกทางออกที่ดีที่สุดได้เพียงทางเดียว รายการตรวจสอบ
รายละเอียด อุปกรณ์ที่ต้องการต่อไปนี้ อาจจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้าง รายละเอียดอุปกรณ์ต้องประกอบกันทั้ง 3 ส่วนต่อไปนี้
  1. ส่วนที่เกี่ยวกับรายละเอียดโดยทั่วไปของการขนถ่าย
  1.1 ปัญหาในการขนถ่ายโดยสังเขป
1.2 สภาพภูมิประเทศ และ ข้อจำกัดของสถานที่
1.3 แบบแปลนการจัดรูปแบบของอุปกรณ์
1.4 ใบกำกับขอบเขตความรับผิดชอบด้านวิศวกรรมของผู้จำหน่าย
  2. ส่วนที่เกี่ยวกับรายละเอียดของอุปกรณ์
  2.1 เสนอหรือยืนยันในประเภทหรือชนิดของอุปกรณ์ที่ต้องการ
2.2 รายละเอียดการออกแบบน้อยที่สุด
2.3 ส่วนประกอบของข้อเสนอ
2.4 ขอแบบแปลนสำหรับอ้างอิง
2.5 กำหนดหลักเกณฑ์งบประมาณ
  3. ส่วนที่เกี่ยวกับรายละเอียดทางธุรกิจ
  3.1 ข้อกำหนดสำหรับการเสนอราคา
3.2 ข้อกำหนดพิเศษอื่น ๆ
3.3 ใบแจ้งเกี่ยวกับวิธีการตัดสินใจเลือกทำสัญญา
3.4 ใบแจ้งเกี่ยวกับตารางงบประมาณฉบับสมบูรณ์
  ข้อกำหนดที่สำคัญมากซึ่งต้องรวมอยู่ในการทำสัญญา คือ
1. ข้อกำหนดด้านวิศวกรรม ได้แก่
  1.1 ผลที่ได้รับจากการขนถ่ายวัสดุ
1.2 ขอบเขตความรับผิดชอบทางด้านวิศวกรรมของผู้จำหน่าย
1.3 แบบแปลนทาง ด้านวิศวกรรม
1.4 มีการประสานง านทาง ด้านวิศวกรรม
1.5 มีการเสี่ยง ต่ออันตรายน้อยที่สุด
1.6 การเตรียมงานสำหรับการติดตั้ง
  - ได้รับอนุญาตแล้ว
- การเตรียมพื้นที่, การปรับพื้นที่ และการวางรากฐาน
- การจัดเตรียมคลังเก็บอุปกรณ์
- การจัดเตรียมแหล่งพลังงาน และการเดินสายไฟชั่วคราว
- การเตรียมงานสำหรับการพิจารณา, การตรวจสอบ และการรับของ
- การทำความสะอาด
  1.7 การจัดเตรียมสำหรับการฝึกอบรมผู้ควบคุมเครื่องจักรและหนังสือคู่มือการใช้งาน
  2. ข้อกำหนดเกี่ยวกับรายละเอียดอุปกรณ์ ได้แก่
  2.1 รายละเอียดปลีกย่อยของการขนถ่าย, อุปกรณ์สนับสนุนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
2.2 แบบแปลนในการควบคุมที่ใช้อ้างอิง
2.3 ข้อกำหนดของอุปกรณ์และบริการ กำหนดโดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่มีสิทธิ์เป็นผู้กำหนด
2.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการทา หรือ เคลือบสีเพื่อการป้องกัน
2.5 ข้อกำหนดสำหรับการยอมรับของวัสดุที่จะนำมาใช้แทนกันได้
  3. ข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎหมายและธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไป สุดแล้วแต่ความหมายที่เข้าใจยาก และอุปกรณ์ที่ เป็นมาตรฐาน หรือพิเศษ เพียงแต่จะต้องระบุ
  3.1 ชื่อผู้จำหน่าย และ ผู้ซื้อ
3.2 สรุปลักษณะ และ สถานที่ของ งาน, แจ้งการใช้งานทัง หมดของผู้ซื้อ และ รายละเอียดต่อการใช้ งานของผู้ขาย
3.3 กำหนดเวลาส่ง ของ และ การติดตั้ง
3.4 ข้อกำหนดหากผู้จำหน่ายทำงนช้าหรือ ทำงานไม่เสร็จสมบูรณ์
3.5 ข้อกำหนดหากผู้จำหน่ายทำงานช้าเนื่องมาจากผู้ซื้อ
3.6 ข้อกำหนดเกี่ยวกับราคาและการชำระเงิน ซึ่งประกอบด้วยการระงับการชำระเงินและ การชำระเงินงวดสุดท้าย
3.7 ประเมินค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
3.8 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกันภัย
3.9 ความรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินของ ผู้จำหน่าย
3.10 ข้อกำหนดเกี่ยวกับ การเพิ่ม, ถอน หรือ ลด อำนาจ
3.11 ข้อกำหนดสำหรับการตรวจสอบของผู้ซื้อต่อผู้รับเหมาย่อยของ ผู้จำหน่าย
3.12 ข้อกำหนดสำหรับการตรวจสอบของผู้ซื้อต่อความก้าวหน้า หรือการแก้ไขข้อบกพร่อง ของงานของ ผู้จำหน่าย
3.13 ความรับชอบต่อความก้าวหน้าของงาน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
3.14 ข้อกำหนดการยอมรับงานของผู้ซื้อ และการโอนกรรมสิทธิ์
3.15 ประเมินค่าภาษี ประกอบด้วยค่าแรง(เงินเดือน),จำนวนของที่ขายได้,อากร,ค่าขนส่งและ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
3.16 ข้อกำหนดการจ่ายเง ินชดเชยคนงาน, สวัสดิการ และการให้เงินช่วยเหลือการว่างงาน
3.17 ข้อกำหนดเกี่ยวกับใบอนุญาติ และ ลิขสิทธิ์
3.18 รายละเอียดเกี่ยวการรับประกันประกอบด้วยข้อกำหนดสำหรับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในสิ่ง ที่ขาดไป . ให้ถูกต้อง
3.19 ความรับผิดชอบในเรื่องสิทธิบัตร
3.20 ผู้ซื้อสามารถนำแบบแปลนของผู้จำหน่ายมาใช้ประโยชน์ได้

Head

  หน้าที่ของฝ่ายจัดหา และ ฝ่ายวิศวกรรมมักจะไม่ค่อยชัดเจน แท้จริงแล้ว แผนกจักซื้อและแผนกวิศวกรรมของผู้ซื้อ จะทำหน้าที่ร่วมกัน
  เกี่ยวกับ หน้าที่ ผู้ผลิตอุปกรณ์ วิศวกรที่ปรึกษา และวิศวกรผู้รับเหมา ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันให้ดี
  1. หน้าที่อันจำเป็นยิ่งของแผนกวิศวกรรมของผู้ซื้อ ได้แก่
  1.1 แจ้งปัญหาในการขนถ่ายให้ชัดเจนสมบูรณ์ รวมทั้งแบบแปลน รูปแบบการจัดวางแนวเบื้องต้น
1.2 เขียนรายละเอียดให้สมบูรณ์
1.3 ทำการประเมินราคาทางด้านวิศวกรรมที่เสนอ
1.4 รับผิดชอบการประสานงานด้านวิศวกรรมทั้งหมด
1.5 รับผิดชอบการติดตั้งและ การปรับแต่งอุปกรณ์
1.6 รับผิดชอบการฝึกอบรมบุคลากรผู้ควบคุมเครื่อง
  2. หน้าที่ของแผนกจัดซื้อของผู้ซื้อ
  2.1 ควบคุมด้านการเงินทั้งหมด
2.2 ส่งใบคำร้องออก และรับใบเสนอราคา
2.3 ทำการประเมินราคาด้านการเงินของราคาที่เสนอ ประกอบกับด้านคุณภาพ และ ปัจจัยการซ่อมบำรุง ซึ่ง แผนกวิศวกรรม
จะแจ้งให้ทราบ
2.4 กำหนดผู้จำหน่าย และ ตัดสินเลือกคู่ทำสัญญาจ้าง
2.5 ช่วยเร่งงานให้เสร็จเร็วขึ้น
  3. หน้าที่ของผู้ผลิตอุปกรณ์
  3.1เตรียมและเสนอราคาสินค้าครอบคลุมใบคำร้องซึ่งเกี่ยวข้องกับงานเบื้องต้น และ ประสานงานกับแผนก วิศวกรรมของผู้ซื้อ เพื่อกำหนดวิธีแก้ปัญหาการขนถ่ายวัสดุ
3.2 แก้ไขงานด้านวิศวกรรมเบื้องต้น ตรวจและแก้ไขให้ถูกต้องตามความจำเป็น
3.3 ออกแบบอุปกรณ์ และ อุปกรณ์สนับสนุนสำหรับการสร้าง
3.4 ประสานงานด้านวิศวกรรม ระหว่างโครงสร้างแบอุปกรณ์อื่น ๆ ทางด้านวิศวกรรม
3.5 เพิ่มอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น
3.6 กำหนดระยะเวลาสร้างและขนส่ง
3.7 ติดตั้งและ ส่งมอบอุปกรณ์
3.8 อบรมผู้ควบคุมเครื่องรวมทั้งให้หนังสือคู่มือการเดินเครื่อง
3.9 จัดหาอะไหล่เพื่อใช้งาน
4.1 จัดส่ง ผู้เชี่ยวชาญทำงานกับผู้ซื้อเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับประสบการณ์ ความรู้พิเศษ และประสิทธิภาพด้านวิศวกรรมจากผู้ที่ถูกส่งมา ซึ่งประกอบด้วย - การทำงานด้านวิศวกรรม -การทำงานด้านการจัดหา -การติดตั้ง และ การฝึกอบรม 4.2 เป็นผู้แทนของผู้ซื้ออย่างไรก็ตามผู้ที่มีอำนาจเด็ดขาด และ กรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์ยังคง เป็นของผู้ซื้อ
  4. หน้าที่ของวิศวกรที่ปรึกษา
  4.1 จัดส่ง ผู้เชี่ยวชาญทำงานกับผู้ซื้อเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับประสบการณ์ ความรู้พิเศษ และประสิทธิภาพ
ด้านวิศวกรรมจากผู้ที่ถูกส่งมา ซึ่งประกอบด้วย - การทำงานด้านวิศวกรรม -การทำงานด้านการจัดหา -การติดตั้ง และ การฝึกอบรม
4.2 เป็นผู้แทนของผู้ซื้ออย่างไรก็ตามผู้ที่มีอำนาจเด็ดขาด และ กรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์ยังคง เป็นของผู้ซื้อ
  5. หน้าที่ของวิศวกรผู้รับเหมา
  5.1 กำหนดการทำงานของผู้รับเหมาทั่วไป และ วิศวกรที่ปรึกษา
5.2 ประสานงานระหว่างผู้รับเหมาทั่วไปกับวิศวกรที่ปรึกษา
5.3 รับผิดชอบโดยทั่วไป และ จะเป็นผู้รับมอบกรรมสิทธิ์ของอุปกรณ์แก่ผู้ซื้อ

ผู้ซื้อจะได้รับกรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์ ก็ต่อเมื่อโครงการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  การประเมินคุณภาพ และคุณสมบัติของข้อเสนอ และ ราคาอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุนั้นสำคัญมาก และ ควรจะกระทำโดย แผนก
  วิศวกรรมของผู้ซื้อ ถึงแม้รายละเอียดจะดีแต่ผู้ขายยังสามารถแปรความหมายได้หลายอย่างและ เนื่องจากราคาที่เสนอตามรายละเอียด
เดียวกัน ยังสามารถที่แตกต่างกันมากได้ด้วย การประเมินราคาที่เสนอในครั้งแรกอย่างเดียว ยังไม่ได้เป็นแนวทางที่ดี ปัจจัยของการ
ประเมินราคาด้านวิศวกรรมตามใบเสนอราคาควรจะพิจารณาดังนี้
  1. ความเหมาะสมของประเภทของอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุ
  1.1 ประเภทของ การบังคับควบคุม
- ความถูกต้องของอัตราการขนถ่าย
- การประสานกัน และ รูปแบบการจัดวางแนวของชุดขนถ่าย
- การประสานกัน และ รูปแบบการจัดวางแนว ซึ่งสัมพันธ์กับอุปกรณ์อื่น และ โครงสร้าง
- ข้อกำหนดสำหรับการติดตั้ง และ การบริการ
- ข้อเปรียบเทียบ ความรับผิดชอบด้านวิศวกรรมของผู้จำหน่าย
  2. ปัจจัยในการประเมินค้าใช้จ่ายของอุปกรณ์ในครั้งแรก
  - อุปกรณ์สามารถทำงานเป็นวัฏจักรได้หรือไม่
- อุปกรณ์สามารถทำงานตามสภาพแวดล้อมได้หรือไม่
- รายละเอียดตรงตามความต้องการหรือไม่
- เปรียบเทียบรายละเอียดของส่วนประกอบแต่ละส่วน
- เปรียบเทียบรายละเอียดของอุปกรณ์สนับสนุนแต่ละอย่าง
- เปรียบเทียบรายละเอียดของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องแต่ละอย่าง
- เปรียบเทียบน้ำหนัก และ รายละเอียดของเหล็ก
  การประเมินด้านธุรกิจจากข้อเสนอของเครื่องจักร และ การก่อสร้างไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้ อย่างไรก็ตามผลรวมตามสภาพทั่วไป และ
  ปัจจัยสำหรับประเมินทั่วไป อาจใช้ประโยชน์ได้บ้าง
  ถึงขณะนี้ การประเมินราคาด้านวิศวกรรม อาจแยกแยะผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงดี และ คัดเลือกได้ในชั้นต้น การตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
  กระทำโดยแผนกจัดซื้อของผู้ซื้อก่อนจะดำเนินการต่อไป เพื่อมั่นใจได้ว่าใบเสนอราคาที่ไม่ได้เข้ารับการประมูลไม่ได้มีผลมาจาก รายละเอียด
ของผู้ซื้อขาดความชัดเจน หรือ กำกวม และเพื่อให้ผู้ผลิตที่ไม่ได้เข้ารับการประมูลเข้าใจเกี่ยวกับการรับข้อเสนออย่างถูกต้อง ความแตกต่าง
ระหว่างข้อเสนอของผู้ผลิตที่ได้รับการยอมรับ จะหนักไปทางด้านวิศวกรรม ซึ่งจะต้องประเมินราคาด้านวิศวกรรมในรูปของการคาดคะเน เกี่ยวกับความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น ลดการทำงานที่ล่าช้าลง หรือ ลดค่าบำรุงรักษาให้ต่ำลง ปัจจัยเหล่านี้จะกลายมาเป็นส่วน หนึ่งของการ
ประเมิน ราคาด้านธุรกิจของแผนกจัดซื้อ ได้แก่
  1. เปรียบเทียบราคาสุทธิ
2. เปรียบเทียบรูปบแบบการชำระเงิน
3. เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
4. แสดงหรือไม่แสดงในรูปของการเพิ่มและการประเมินค่าความเป็นไปได้ที่มีผลกระทบหากมีการเพิ่มดังกล่าว
5. เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายสำหรับรายการตามสัญญา ประกอบด้วย
  - อะไหล่
- วิศวกรที่ให้บริการ และ ติดตั้ง
- รายละเอียดราคา สำหรับงานที่เพิ่มขึ้นแต่ละงาน
  6. เปรียบเทียบจำนวนอะไหล่ที่จะใช้ เพื่อใช้สำหรับการผลิตในโรงงาน
  - จำนวนที่ใช้งานอยู่
- จำนวนที่มี่อยู่ในพัสดุ
- จำนวนที่ต้องสั่งเข้า เพื่อใช้สำหรับการผลิตในโรงงาน
  7. เปรียบเทียบสิทธิอันชอบธรรมที่จะนำความลับของผู้ผลิตมาใช้ ในการเปลี่ยนอะไหล่ หรือ ซื้ออะไหล่จาก แหล่งในพื้นที่เอง
8. เปรียบเทียบตารางเวลาการขนส่ง และ การติดตั้ง
9. เปรียบเทียบด้านวิศวกรรม และ โรงงานของผู้จำหน่ายสำหรับโครงการ
10. เปรียบเทียบการรับประกัน หรือ ความรับผิดชอบด้านวิศวกรรม
  - ขอบเขตการคุ้มครอง
- การปฏิบัติในกรณีที่ข้อเสนอไม่เพียงพอ หรือ บกพร่อง
  11. เปรียบเทียบความรับผิดชอบด้านการเงินของผู้ประมูล
Head


  การเลือกระบบขนถ่ายวัสดุ จะต้องระบุถึงวัสดุปริมาณมวลที่จะทำการขนถ่าย รวมทั้งผลการทดสอบตัว อย่างวัสดุด้วย รายละเอียด
  ทั่วไปของวัสดุอย่างเดียวจะไม่เพียงพอสำหรับการออกแบบที่น่าเชื่อถือ ในระบบขน ถ่ายหากพบว่า คุณลักษณะเฉพาะของวัสดุ แตกต่าง
จากที่ได้กำหนดไว้ ผลของอัตราการขนถ่ายและกำลังงานที่ใช้ อาจจะไม่ตรงกับที่ได้คาดการณ์ไว้
  หลักเกณฑ์ของวิศวกรรมการขนถ่ายวัสดุปริมาณมวล คือ ความชัดเจนถูกต้องและการแยกประเภทวัสดุ อย่างละเอียดที่เหมาะสมกับ
  คุณลักษณะ เฉพาะของการขนถ่าย ภายใต้สภาวะของอุณหภูมิ, ความชื้น, ขนาดของ การกระจายตัว, ความราวนความกรอบ เป็นต้น ตามที่ได้กล่าวมานี้ CEMA ได้พิมพ์หนังสือชื่อ "Classification & Refinition of Bulk Material" ขึ้น ซึ่งเป็นความพยายาม
ที่จะกำหนดคุณสมบัติและ แนะนำวิธีการทดสอบวัสดุ ถึงแม้จะมีการปรับปรุงแก้ไขด้านนี้อีก แต่ CEMA ก็ยังได้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้ การบริการในโรงงานดียิ่งขึ้น (Material-hd-2 ตารางแสดงถึง ประเภทวัสดุ ตามมาตรฐาน CEMA) และ(Material-hd-3 ตาราง แสดงถึง รหัสวัสดุของ CEMA)

Material-hd-2 ตารางแสดงถึง ประเภทวัสดุ ตามมาตรฐาน CEMA

วัสดุ

ความหนาแน่นวัสดุคร่าว ๆ

รหัสวัสดุของ CEMA

Adipic Acid

45

45A10035

ถั่ว Alfalfa ป่น

14 - 22

18B645WY

ถั่ว Alfalfa อัดเม็ด

41 - 43

42C1 / 225

เมล็ดถั่ว Alfalfa

10 - 15

13B615N

เมล็ด Almonds

28 - 30

29C1 / 235Q

สารส้มผง

45 - 50

48B635U

สารส้มก้อน

50 - 60

55B625

Alumina ละเอียด

35

35A10025MY

Alumina

50 - 65

58B627MY

Alumina คัดขนาดหรือป่นอัดก้อน

65

65D335

Aluminate Gell

45

45B635

เศษ Aluminum, ชุ่มน้ำมัน

7 - 15

11E45Y

เศษ Aluminum, แห้ง

7 - 15

11E45V

Aluminum Hydrate

13 - 20

17C1 / 235

Aluminum Oxide

60 - 120

90A10015M

Aluminum Silicate (Andalusite)

49

49C1 / 235S

ผลึก Aluminum Chloride

45 - 52

49C1 / 225S

Aluminum Nitrate

45 - 62

52C1 / 225S

Ammonium Chloride

45 - 52

49A10045FRS

Ammonium Nitrate

45

45A4035NTU

เมล็ด Ammonium Sulfate

45 - 58

52C1 / 235FOTU

ผงพลวง

 

A10035

กากแอปเปิ้ลแห้ง

15

15C1 / 245Y

 

Material-hd-3 ตาราง แสดงถึง รหัสวัสดุของ CEMA


ประเภท

คุณลักษณะเฉพาะของวัสดุ
อย่างกว้าง

รหัสในการออกแบบ

ความหนาแน่น

ความหนาแน่นปริมาณมวลต่าง

1bs / ft3

ขนาด

ละเอียดมาก
ตะแกรงเบอร์ 200 (0.0029") และต่ำกว่า
ตะแกรงเบอร์ 100 (0.0059") และต่ำกว่า
ตะแกรงเบอร์ 40 (0.016") และต่ำกว่า


A20
A100
A40

ละเอียด
ตะแกรงเบอร์ 6 (0.132") และต่ำกว่า


B6

เมล็ด
ขนาด 1 / 2" และต่ำกว่า


C1 / 2

ก้อน
ขนาด 3" และต่ำกว่า
ขนาด 7" และต่ำกว่า
ขนาด 16" และต่ำกว่า


D3
D7
D16

ไม่แน่นอน
เป็นเส้น, เป็นใย, ทรงกระบอก, เป็นแผ่น, เป็นต้น


E

การไหลตัว

ไหลอิสระมาก > 10
ไหลอิสระ > 4 แต่ < 10
ไหลปานกลาง > 2 แต่ < 4
ไหลช้า < 2

1
2
3
4

ความคม

คมน้อย - ดัชนี 1 - 17
คมปานกลาง - ดัชนี 18 - 67
คมมาก - ดัชนี 68 - 416

5
6
7

คุณสมบัติทั่วไป
หรือ อันตราย

สร้างขึ้นและแน่น
ผลิตกระแสไฟฟ้าสถิตย์
เก็บในคลังแล้วสภาพเลวลงและบูดเน่า ติดไฟง่าย
เป็นพลาสติกและค่อนข้างอ่อน
เป็นฝุ่นมาก
ฟูด้วยอากาศและกลายเป็นของไหล
แตกกระจาย, ระเบิด
เหนียว, เหนียวแน่น
เปรอะเปื้อน, มีผลร้าย
ทำให้เลวทราม (Degradable)
ก่อให้เกิดอันตราย หรือ แก๊สพิษ,ควัน
ผุกร่อนมาก
ผุกร่อนปานกลาง
เกี่ยวกับความชื้นในอากาศ
ผูกเข้าด้วยกัน, เกาะกันเป็นก้อน
ให้น้ำมันได้
บรรจุภายใต้ความดัน
เบามากและอ่อนนุ่ม - อาจมีลมพัดแรง
อุณหภูมิสูง

F
G
H
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z