มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง.
 

  มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในงานอุตสาหกรรม เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่าง ความเร็วกับแรง บิด สามารถ
  ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามการใช้งาน เปลี่ยนแปลงไปตามการใช้งานได้เกือบทุกรูปแบบ สำหรับการใช้งานของทั้งมอเตอร์และการสร้างใหม่ (Regeneration) ในทิศทางและการหมุน การทำงานอย่างต่อเนื่องของ DC Motors โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงความเร็ว 8 ต่อ 1 รวมทั้ง การลดภาระหรือการลดความเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ จะอยู่ในช่วงไร้ขอบเขต (ควบคุมการลดความเร็วลงถึงศูนย์รอบ ต่อนาทีได้อย่าง
ราบเรียบนุ่มนวล) มักจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงเมื่อมันต้องจ่ายแรงบิดที่จะทำให้มอเตอร์หมุนมากกว่าแรงบิดขณะใช้งานปกติ 3เท่า
หรือ มากกว่า และในสถานการณ์ฉุกเฉิน มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงสามารถที่จะจ่ายแรงบิดได้มากกว่า5 เท่าของแรงบิดใช้งานปกติ โดย ปราศจากการหยุดกลางคัน (Stalling) (ต้นกำลังสามารถจ่ายกำลังให้ได้)
  การเบรคแบบ Dynamic (พลังงานที่เกิดจากมอเตอร์จะถูกป้อนเข้าไปยังขดลวดความต้านทาน) หรือการเบรคแบบ
  Regenerative (พลังงานที่เกิดจากมอเตอร์จะถูกป้อนกลับไปยังแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง) สามารถทำได้อย่างง่ายดายกับมอ เตอร์
ไฟฟ้า กระแสตรงในการที่ต้องการให้มอเตอร์หยุดอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีเบรคทางกล หรืออาจจะลดขนาด ของเบรค
ทางกลลงได้
  มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงสามารถที่จะควบคุมความเร็วจนถึงศูนย์รอบต่อนาทีได้อย่างไม่มีอุปสรรคโดยการเร่งในทิศทาง ตรงกันข้าม
  อย่างทันทีทันใดโดยไม่ต้องสับเปลี่ยนวงจรกำลังและมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงจะตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสัญ ญานควบคุม ได้
อย่าง รวดเร็ว เนื่องจากมันมีอัตราแรงบิดต่อความเฉื่อยสูง
  ขดลวดสนามแม่เหล็กมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง โดยทั่วไปจะแบ่งโดยแยกประเภทของสนามแม่เหล็กของมอเตอร์ ได้แก่
  ลวดขนาน (Shunt-wound)
ขดลวดอนุกรม (Series-wound)
ขดลวดแบบผสม (Compound-wound)
  นอกจากนี้ ยังมีแบบแม่เหล็กถาวรและแบบไม่มีแปรงถ่าน (Brushless) ใช้งานอยู่บ้างเหมือนกัน ปกติจะเป็นมอเตอร์ที่มีกำลังม้าต่ำ ๆ
  มอ เตอร์อาจจะแบ่งประเภทเป็นแบบใช้งานต่อเนื่องหรือใช้งานเป็นช่วง ๆ มอเตอร์ที่ใช้งานต่อเนื่องสามารถที่จะทำงานโดยไม่ต้องมี เวลาหยุดพักเลยได้ วิธีปรับความเร็วมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบขดลวดสนามแม่เหล็ก (Wound-field DC Motor) ตามพื้นฐานจะมี 2 วิธี ในบางเวลาก็จะใช้แบบผสมทั้ง 2 วิธี


  1. ควบคุมสนามแม่เหล็กแบบขนาด (Shunt-field Control)
  การควบคุมทำได้โดยให้กระแสในขดลวดขนานของมอเตอร์มีค่าน้อย ๆ เพื่อเพิ่มความเร็ว และเพื่อที่จะลดแรงบิดขาออก สำหรับ
  กระแสในขดลวด Armatur ที่กำหนดให้ เนื่องจากอัตรากระแสของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงจะถูกกำหนดโดยความ ร้อน, กระแส
ในขดลวด Armature สูงสุดที่ยอมได้จะค่อนข้างคงที่ตลอดทุกช่วงความเร็ว หมายความถึงที่กระแสไฟฟ้าที่ระบุ ไว้ แรงบิดขาออก
จะแปรผกผันกับความเร็ว และมอเตอร์มีกำลังม้าคงที่ตลอดช่วงความเร็ว ระบบนี้จะดีสำหรับความเร็วที่มากกว่าความเร็วพื้นฐานเท่านั้น การลดความเร็วให้ต่ำกว่าความเร็วพื้นฐานทุกขณะทำได้ โดยการเพิ่มการกระตุ้นสนามแม่เหล็กให้มากขึ้น แต่การกระตุ้นมากๆ เป็นเวลามาก
ขึ้นจะทำให้มอเตอร์ร้อนเกินไป เช่นเดียวกับการ ทำให้สนามแม่เหล็กอิ่มตัวในมอเตอร์จะยอมให้ความเร็วลดลงเพียงเล็กน้อย สำหรับการ
เพิ่มแรงเคลื่อนเข้าไปในขดลวดมาก ๆ
  ช่วงความเร็วมาตรฐานสูงสุดโดยการควบคุมสนามแม่เหล็กคือ 3 ต่อ 1 และจะเกิดขึ้นเฉพาะกับความเร็วที่ต่ำกว่าความเร็ว พื้นฐาน
  เท่านั้น มอเตอร์พิเศษจะมีช่วงความเร็วมากกว่านี้ แต่ถ้าช่วงความเร็วมากกว่า 3 ต่อ 1 จะใช้วิธีควบคุมแบบอื่นสำหรับที่ บางส่วน ของ
ช่วง ความเร็ว

  2. ควบคุมแรงเคลื่อนไฟฟ้าในขดลวด Armature (Armature-voltage Control)
  วิธีนี้ กระแสในขดลวดขนาด (Shunt-field) จากแหล่งจ่ายที่มีแยกไว้ต่างหากจะถูกรักษาให้คงที่ ในขณะที่แรงเคลื่อนไฟ ฟ้าที่ ใช้ใน
  ขดลวด Armatur จะเปลี่ยนแปลง ความเร็วจะเป็นสัดส่วนกับแรงเคลื่อนไฟฟ้าย้อนกลับ (Counter-emf) ซึ่งเท่ากับ แรงเคลื่อนที่ใช้ ลบด้วยความต้านทาน IR ตกคร่อมในวงจร Armature ที่กระแสที่ระบุไว้ แรงบิดจะคงค้างอยู่อย่างคงที่โดยไม่ คำนึงถึงความเร็ว (เนื่องจากเส้นแรงแม่เหล็กคงที่) และดังนั้น มอเตอร์จึงมีปริมาณแรงบิดคงที่ตลอดทุกช่วยความเร็วได้
  กำลังม้าจะแปรงผันตรงกับความเร็ว ตามความเป็นจริงแล้วเมื่อมอเตอร์ที่มีการระบายอากาศในตัวเองมีความเร็วลดลง การ ระบาย
  อากาศจะสูญเสียไปและไม่สามารถที่จะรับภาระด้วยกระแสในขดลวด Armature มาก ๆ ได้โดยปราศจากการเพิ่ม ของ อุณหภูมิเกิน
กว่าที่ระบุไว้
Head





G. PRECISION ENGINEERING LTD.,PART.

26/27 MOO.9 BYPASS ROAD , TUMBOL NAPA
AMPHUR MUANG ,CHONBURI 20000 THAILAND.
TEL :038-441-348 , 087-9182311 , 081-6446767
FAX : 038-441-349
Website : http://www.Gprecision.net

E-mail : info@gprecision.net