แฟคเตอร์การใช้งาน.
 

  แฟคเตอร์การใช้งานเป็นปริมาณที่ชี้ให้เห็นว่า มอเตอร์สามารถที่จะขับด้วยระดับที่สูงกว่าที่ระบุไว้ในแผ่นป้ายชื่อ (Nameplate)
  โดยไม่ร้อนเกินพิกัด ขนาดของมอเตอร์จะมีผลต่อประเภทการใช้งานที่ต้องการและมีผล ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น
ตัวอย่างเช่น
ภายใต้สภาพการเดินเครื่องที่ภาระเต็มพิกัดอย่างต่อเนื่อง ควรแบ่งขนาดมอเตอร์โดยระดับกำลัง ม้าทางด้านความร้อน รูป 1 เป็นผลของ
มอเตอร์เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สำหรับสภาพการใช้งานต่าง ๆ หรือการรับ ภาระเป็นวัฎจักร

รูป 1 วัฎจักรการทำงานที่แตกต่างกันเมื่อมอเตอร์มีอุณหภูมิสูงขึ้น

    a. การเดินเครื่องเต็มพิกัดอย่างต่อเนื่อง
b. การเดินเครื่องช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นครั้งคราว ทำให้อุณหภูมิลดลงเมื่อมอเตอร์เย็นลง
c. การเดินเครื่องเป็นพัก ๆ ปล่อยให้มอเตอร์เย็นลง แต่ไม่นานพอที่อุณหภูมิจะลดลงมาก
d. การเดินเครื่องอย่างต่อเนื่องโดยมีภาระสูงสุดเป็นพัก ๆ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น

ปกติจะกำหนดค่าแฟคเตอร์การใช้งานเพื่อ :

a. รองรับภาระเกินกำหนดที่รู้ค่า ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ หรือพบกับภาวะที่ถูกบังคับ บางอย่างในการออกแบบ เช่น ขอบเขตของ
พื้นที่ซึ่งมอเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดต่อไปไม่สามารถใช้ได้
b. ยอมให้มีการเกินพิกัดได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการ หรือมีการเพิ่มอัตราการผลิต
c. ยอมให้การพยากรณ์ ความต้องการกำลังม้าจริงผิดพลาดได้
d. ทำให้การทำงานของมอเตอร์ที่ภาระกำหนดมีอุณหภูมิต่ำกว่าการทำงานของมอเตอร์ธรรมดา ทำให้อายุของฉนวนยาวนานขึ้น


  เมื่อมีการกำหนดค่าแฟคเตอร์ใช้งานสำหรับภาระที่เกินพิกัด อาจต้องแก้ไขให้ประหยัดพลังงาน โดยการพิจารณา ความแตกต่าง
  ของสมรรถนะระหว่าง การใช้มอเตอร์ขนาดเล็กกว่ากับการให้มีแฟคเตอร์ใช้งานเพื่อรับภาระ เกินพิกัด และใช้มอเตอร์ที่มี ขนาดใหญ่
ถัดขึ้นไป ค่าแฟคเตอร์ใช้งานมาตรฐานสำหรับมอเตอร์ใช้งานทั่วไป และมอเตอร์ที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง จะมีอุณหภูมิ ที่ระบุไว้สูงขึ้นถึง
40 C ได้แสดงไว้ในตาราง Motor-2

ค่าแฟคเตอร์ใช้งานของมอเตอร์ใช้งานทั่วไปและมอเตอร์ที่มีอุณหภูมิ 40 C
กำลังม้า (H.P.)
ค่าแฟคเตอร์ใช้งาน
มอเตอร์กระแสสลับ
มอเตอร์กระแสตรง
1/20
1.4
-
1/12
1.4
-
1/8
1.4
-
1/6
1.35
-
1/4
1.35
-
1/3
1.35
-
1/2
1.25
-
3/4
1.25
-
1
1.25
1.15
1 1/2
1.20
1.15
2
1.20
1.15
3 และใหญ่กว่า
1.15
1.15

  มอเตอร์ทั้งหลายจะถูกเปรียบเทียบกับการเพิ่มอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมมาตรฐานอุณหภูมิ 40 C สำหรับฉนวนประเภท A ซึ่งการ
  ใช้งานในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ ไม่ค่อยจะเกินค่านี้ สำหรับอุณหภูมิรอบ ๆ ที่เกิน40 C มอเตอร์มาตรฐานสามารถใช้งานได้ แต่อายุ และ
ภาระจะลดลงหรืออาจใช้ฉนวนประเภทที่ทนต่ออุณหภูมิสูงกว่า หรือใช้มอเตอร์ที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นไม่สูงนัก ในทางกลับกันอาจ ประยุกต์
ใช้สำหรับอุณหภูมิล้อมรอบซึ่งปกติจะต่ำ กว่า 40 C
  มาตรฐาน NEMA ยอมให้มอเตอร์ใช้ฉนวนประเภท B, F หรือ H ที่มีอุณหภูมิใช้งานสูงกว่าจุดร้อน (Hot Spot) 10 C เมื่อระบุ
  ไว้ตามแฟคเตอร์ใช้งานมาตรฐาน มอเตอร์เฉลี่ยต้องทำงานที่อุณหภูมิ 10 C ถึง 15 C ต่ำกว่าค่าแฟคเตอร์อุณหภูมิใช้งาน 1.0 ช่วย ให้ได้
ค่าที่ยอมรับได้เมื่อทำงานที่แฟคเตอร์ใช้งาน ตัวอย่างเช่น มอ เตอร์ประเภท B ยอมให้อุณหภูมิตำแหน่งจุดที่ร้อน 140 C เมื่อกำหนด
ค่าแฟคเตอร์ใช้งานเป็น 1.15 ค่าที่ยอม ได้เพิ่มขึ้นไปที่แฟคเตอร์ภาระใช้งาน 0.9 (140-40) = 90 C เพื่อให้เป็น ไปตามนั้น มอเตอร์
ต้องมีประสิทธิภาพ เพียงพอที่จะทำงานเต็มพิกัดที่อุณหภูมิประมาณ 70 C เปรียบเทียบไปยังแฟคเตอร์ใช้งานของมอเตอร์ 1.0 ซึ่ง
ยอมให้ทำงานเต็มพิกัดที่อุณหภูมิ 80 C
  ถ้าการวิเคราะห์ของวัฎจักรการใช้งานแสดงให้เห็นว่า อายุขดลวดจะสั้นเกินไป อาจเป็นไปได้ที่จะเพิ่มอายุขดลวด โดยการเลือกตัว
  เลือกต่อไปนี้ข้อใดข้อหนึ่ง
  a. ใช้มอเตอร์ NEMA ประเภท C หรือ D ถ้ามีภาระแรงบิดในระหว่างการสตาร์ท
b. ใช้มอเตอร์แบบใช้งานต่อเนื่อง (Continuous-rated) แทนที่การใช้มอเตอร์แบบใช้งานเป็นช่วง ๆ
c. เลือกชุดฝาครอบ หรือฉนวน ให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้
d. เลือกฉนวนประเภท B, F หรือ H
e. เลือกมอเตอร์ที่มีพัดลมระบายความร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่วัฎจักรการใช้งานมี เปอร์เซ็นต์เวลาหยุดใช้งานมาก ๆ
f. เลือกกำลังม้าที่ระบุให้สูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยไม่ได้ ถ้าอุณหภูมิเริ่มแรกเพิ่มขึ้นเนื่องจากการสตาร์ท
g. เลือกมอเตอร์แบบ Wound Rotor หรือ ความเร็วหลายระดับ สำหรับการสตาร์ท บ่อย ๆ หรือแรงเฉื่อยมาก ๆ
h. ขั้นสุดท้าย วัฎจักรใช้งานอาจมีการปรับให้อุณหภูมิของมอเตอร์ลดน้อยลง
   
Head





G. PRECISION ENGINEERING LTD.,PART.

26/27 MOO.9 BYPASS ROAD , TUMBOL NAPA
AMPHUR MUANG ,CHONBURI 20000 THAILAND.
TEL :038-441-348 , 087-9182311 , 081-6446767
FAX : 038-441-349
Website : http://www.Gprecision.net

E-mail : info@gprecision.net