แอกเซิล ( AXLE ) และเพลา ( SHAFT ).
 

1.แอกเซิล (AXLE)
แอกเซิลจะใช้ทำหน้าที่เป็นชิ้นส่วนเครื่องจักรกลที่อยู่นิ่งหรือหมุน ที่รองรับการหมุนหรือการสั่นสะเทือน แอกเซิลจะไม่สามารถ รับโมเมนต์
บิด จึงรับแต่ภาระดัดเป็นส่วนใหญ่ แอกเซิลจึงแบ่งเป็นแอกเซิลที่อยู่กับที่ เช่นล้อหมุนของเครนหรือรอกหมุน ส่วนแกนแอกเซิลแบบหมุนได้เช่น ล้อของรถไฟ ดังรูปที่MC-AS1 และMC-AS2 จะเห็นว่ารองเพลาของแกนที่หมุนได้จะได้รับการหล่อลื่นดีขึ้น เพราะสารหล่อลื่นอยู่ตรงเรือนรองเพลาและไม่ได้เป็นแบบหล่อลื่นผ่านทางรูกลางของแกนเพลาแต่อย่างใด


 
รูปที่ MC-AS1 แอกเซิลแบบอยู่กับที่ของล้อเครน.
 
รูปที่ MC-AS2 แอกเซิลแบบหมุนได้ของล้อรถไฟ.


2.เพลา( SHAFT )
เพลาเป็นชิ้นส่วนเครื่องจักรกลที่หมุนได้เพลาจะรับโมเมนต์บิดที่ถ่ายภาระมาจากล้อเฟือง, ล้อสายพานหรือคลัตช์ เพลาจึงสามารถรับ
ภาระบิดและภาระดัดจึงมีการแบ่งเพลาออกเป็นแบบเกร็ง, แบบข้อต่อและดัดได้ ในเครื่องมือกลจะมีการเรียกเพลาบางเพลาว่า เพลาสปินเดิล


เพลาแบบเกร็ง
เพลาแบบเกร็งจะแยกออกตามแต่แนวของภาคตัดขวางในลักษณะที่ตรงและโค้ง, ตกบ่ารวมทั้งเพลาตันและเพลากลวง ในการสวม
เครื่องมือหรือชิ้นงานจะนิยมให้เพลาสปินเดิลของของเครื่องมือกลเป็นเพลากลวง ดังรูปที่ 3 รุเจาะของเพลากลวงครึ่งหนึ่งของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางจะหนักน้อยกว่าเพลาตัน =25 % แต่จะสามารถรับโมเมนต์บิดได้เกือบเท่ากัน

รูปที่ MC-AS3 เรือนรับเพลาสปินเดิล.


เพลาข้อเหวี่ยง เป็นเพลาที่ทำหน้าที่เปลี่ยนการเคลื่อนที่แบบหมุนให้เคลื่อนที่แบบเส้นตรงหรือลักษณะตรงกันข้ามเช่นในเครื่องยนต์แบบเผาไหม้
ดังรูปที่ 4 เพลาข้อเหวี่ยงจะผลิตด้วยการหล่อขึ้นรูปหรือการทุบกระแทกขึ้นรูป (ใน แม่พิมพ์) หรือได้จากการอัดเข้าด้วยกันจากหลาย ๆ ชิ้นหรือจากการยึดด้วยสกรูหรือสวมด้วยวิธีให้หดตัวเข้าด้วยกัน

รูปที่ MC-AS4 เพลาข้อเหวี่ยง

เพลาเกียร์
ส่วนใหญ่จะมีการตกบ่าหลายครั้ง ตรงที่ตกบ่าจะช่วยให้การประกอบง่ายขึ้นและยังเป็นการกำหนดตำแหน่งในการประกอบรองเพลา,

ล้อเฟือง, ล้อสายพาน, คลัชต์ และปะเก็นเพลา ดังรูปที่ 5

รูปที่ MC-AS5 เพลาเกียร์

แกนเพลา (SHAFT JOURNAL)
จะเรียกตรงส่วนที่แอกเซิลหรือเพลาถูกหุ้ม ตามหน้าที่และรูปร่างของแกนเพลาจะแบ่งแยกเป็นแกนเพลาข้าง, แกนเพลาคอ, แกนเพลา
ทรงกลม, แกนเพลาค้ำยัน และแกนเพลาข้อเหวี่ยง ดังรูปที่ 6 แกนรองเพลาจะรับภาระดัดและภาระอัดตามพื้นที่ (PRESSURE UNIT) สำหรับเพลาและแอกเซิลที่รับภาระสูงและหมุนเร็วจะมีการชุบผิวแข็งที่แกนเพลาแล้วจึงทำการเจียรไน ช่วงบริเวณตกบ่าระหว่างแกนเพลากับบ่าเพลา จะเกิดความเค้นแตกหักง่ายกว่าบริเวณอื่น แต่ถ้ามีการออกแบบบริเวณดังกล่าวเป็นรัศมีโตหรือร่องตกบ่าตามมาตรฐานแล้ว ก็จะช่วยลดปฏิกิริยารอยบากได้

รูปที่ MC-AS6 ประเภทของแกนเพลา

3. ข้อต่อเพลา
โดยทั่วไปจะมีใช้งานตามตำแหน่งด้านที่ส่งกำลังออกไปยังด้านที่รับส่งกำลังของเพลาที่มีตำแหน่งเอียงเปลี่ยนไป เช่น แอกเซิลขับของ
รถยนต์ ข้อต่อเพลาจะรวมอยู่ในกลุ่มของเรื่องคับปลิง (ดูในเรื่องคับปลิง)

4. เพลาแบบดัดได้หรือเพลาปลาไหล
เพลาแบบดัดได้นี้เหมาะสำหรับใช้งานกับการขับเคลื่อนเครื่องมือไฟฟ้าที่มีการเคลื่อนที่ มีโมเมนต์ ต่ำแต่ความเร็วรอบสูง เช่น เครื่อง
เจียระไนมือ ตะไบแบบหมุน และสำหรับขับทักโคมิเมเตอร์เพลานี้จะประกอบด้วยลวดเหล็กกล้าหลายชั้นที่พันรอบลักษณะเหมือนเกลียวซ้ายและขวา ในการป้องกันเพลาจะให้เพลาสวมอยู่ในท่อโลหะที่มีจาระบีให้การหล่อลื่นอยู่ถาวร

Head






G. PRECISION ENGINEERING LTD.,PART.

26/27 MOO.9 BYPASS ROAD , TUMBOL NAPA
AMPHUR MUANG ,CHONBURI 20000 THAILAND.
TEL :038-441-348 , 087-9182311 , 081-6446767
FAX : 038-441-349
Website : http://www.Gprecision.net

E-mail : info@gprecision.net