รองเพลา (BEARING).
 

หน้าที่ของรองเพลา
รองเพลามีหน้าที่รองรับเพลา, แอกเซิล, และแกนเพลา ด้วยแรงเสียดทานต่ำ รองเพลาที่รับแรงขวางกับแนาแกนของเพลาจะเรียกว่า
รองเพลาแนวรัศมี รองเพลาที่รับแรงตามแนวแกนของเพลาจะเรียกว่า รองเพลาแนวแกน
รองเพลาแบ่งตามประเภทได้ 2 กลุ่มใหญ่คือ รองเพลาธรรมดา (Plain Bearing) และรองเพลาลูกกลิ้ง (Roll Bearing)

รองเพลาธรรมดา (Plain bearing)
ในรองเพลาจะมีการหมุนของแกนเพลาในปลอกรองเพลา (Shell Bearing) , บูช (Bush) หรือในเรือนรองเพลา ปลอกรองเพลา เมื่อ
ประกอบแล้วจะไม่สามารถผลักหรือขยับเลื่อนตามแกนเพลาได้ ตัวอย่างเช่นปลอกรองเพลาและเพลาข้อเหวี่ยง จะต้องออกแบบให้แบ่งครึ่งเป็น 2 ส่วน ความเสียดทานลื่นระหว่างแกนเพลาและปลอกรองเพลา จะต้องมีการหล่อลื่นที่เพียงพอ ฟิล์มหล่อลื่นจะช่วยป้องกันการสึกหรอและความร้อน รวมทั้งช่วยลดการสั่นสะเทือนและเสียงดัง
รองเพลาธรรมดา แบ่งออกตามลักษณะรูปร่างได้ดังนี้
ตุ๊กตารองเพลา (Solid Journal Bearing)
จะผลิตด้วยการนำมาประกอบแล้วเชื่อมขึ้นรูป หรือได้จากการหล่อขึ้นรูป โดยจะมีบูชรองเพลาที่ทำจากวัสดุรองเพลาสวมอยู่ข้างใน
ดังรูปที่ MC-BE1

รูปที่ MC-BE1(ก)
ตุ๊กตารองเพลาแบบปิด.
 
รูปที่ MC-BE1(ข)
ตุ๊กตารองเพลาแบบตัวเรือนเชื่อมขึ้นรูป.

ตุ๊กตารองเพลาแบบปิด
จะมีตัวเรือนทำจากเหล็กหล่อเทา ส่วนบูชรองเพลาที่อัดเข้าไปเป็นวัสดุรองเพลา รองเพลานี้ถูกกำหนดตาม DIN 504 ฟอร์ม A
มีบูชและฟอร์ม B ไม่มีบูช ดังรูปที่ MC-BE1 (ก)
ตุ๊กตารองเพลาแบบแยกส่วนที่มี่ปลอกรองเพลา
รองเพลานี้จะประกอบด้วยส่วนล่างของรองเพลา, ปลอกรองเพลา 2 ชิ้น ทำจากโลหะรองเพลา และสกรูยึดฝาปิด 2 ตัว ส่วนบ่าศูนย์
ระหว่างตัวเรือนรองเพลาและฝาครอบรองเพลาจะทำหน้าที่ให้ชิ้นส่วนทั้งสองประกอบเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ รองเพลานี้ได้กำหนดไว้ตาม DIN 505 ที่มีบูชและไม่มีบูชอยู่ด้วยกัน สำหรับตุ๊กตารองเพลาแบบปิดจะต้องทำการประกอบแกนเพลาเข้าไปในบูชรองเพลา ส่วนตุ๊กตารองเพลาแบบแยกส่วนจะมีข้อดีตรงที่ว่า สามารถประกอบแกนเพลาเข้ากับรองเพลาในลักษณะที่มีฝาครอบถอดออก โดยทำการขูดตกแต่งผิวก่อนได้ หากจะมีการประกอบรองเพลาในลักษณะเอียง ก็จะมีรองเพลารูปทรงกลมแทรกอยู่ระหว่างเรือนของรองเพลาและปลอกรองเพลา
รองเพลาลื่นแบบปรับได้ (ดูรูปที่ MC-BE2)
รองเพลาแบบนี้จะใช้งานเฉพาะอย่าง เช่น รองเพลาสปินเดิลในเครื่องกลึงที่จะต้องมีระยะฟรีของรองเพลาเท่ากันตลอด เช่น เมื่อรอง
เพลา ได้ใช้งานไปเป็นเวลานานทำให้สึกหรอ เกิดระยะฟรีมาก ก็จะต้องทำการปรับให้ระยะฟรีน้อยลง ด้วยการหมุนให้นัตดึงบูชรองเพลาเรียวให้ร่องผ่ายาวบีบแคบเข้าหากัน ซึ่งจะทำให้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรองเพลาเล็กลง การหมุนปรับนัตนี้จะต้องกระทำอย่างระมัดระวัง มิให้ระยะฟรีของรองเพลาน้อยเกินไปจนทำให้รองเพลาร้อนให้ขณะที่เพลาหมุน

รูปที่ MC-BE2 รองเพลาลื่นแบบปรับได้.

. รองเพลาลิ่มแบบปรับได้ (ดังรูปที่ MC-BE3)
จากการจัดให้มีร่องหล่อลื่นและผิวสัมผัสลื่นของแกนเพลากับลิ่มหล่อลื่นหลายลิ่ม จะทำให้แกนเพลาอยู่ในตำแหน่งที่เที่ยงตรงที่สุด
การใช้งาน เช่น การรองเพลาของเพลาสปินเดิลเจียระไน การประกอบรองเพลาชนิดนี้กระทำได้ยากมากโดยต้องใช้ประสบการณ์สูงมาก

รูปที่ MC-BE3
รองเพลาแบบหลายลิ่มเป็นรองเพลาแบบเที่ยงตรง.


วัสดุรองเพลาธรรมดา (Plain Bearing)
เนื่องจากเพลาส่วนใหญ่จะทำจากเหล็กกล้าและชุบผิวแข็ง ด้วยเหตุนี้วัสดุบูชรองเพลา (Bush Bearing)และปลอกรองเพลา (Shell
Bearing) จะต้องมีคุณสมบัติทนการสึกหรอ, ทนการกัดกร่อน และทนต่อแรงกดอัดได้ดี รวมทั้งขยายตัวน้อยในขณะรับความร้อนและต้องถ่ายเทความร้อนได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ รองเพลาควรจะมีคุณสมบัติปรับตัวเข้ากับการหมุนของรูปร่างเพลาในระยะแรกเริ่มได้ รวมทั้งไม่เกิดการกัดผิวรองเพลาในกรณีที่การหล่อลื่นเกิดหยุดชงักกระทันหันชั่วครู่ วัสดุรองเพลาที่มีนำมาใช้เป็นประโยชน์ได้แก่
เหล็กหล่อเทา : GG - 20, GG - 25
โลหะรองเพลา (โลหะขาว) : *LgPb, LgPbSb 13, LgPbSn 5, LgPbSn 10, LgSn 80 F, LgPbSn 6 Cd ทองแดงหล่อเจือดีบุก : G - CuSn 12 Pb หล่อในกระสวนทราย, หล่อแบบเหวี่ยง
ทองแดงหล่อเจือดีบุก - สังกะสี : G - CuSn 10 Zn, G - CuSn 7 ZnPb
ทองแดงหล่อเจืออลูมีเนียม : G - CuAl 11 Ni
โลหะซินเตอร์ : โลหะเหล็กซินเตอร์, โลหะซินเตอร์ประเภทไม่ใช่เหล็ก
พลาสติก : วัสดุอัด, ฟิโนลิกพลาสเตอร์
วัสดุรองเพลาลื่นหลายชนิด (Multimaterial Bearing) ดูรูปที่MC-BE4
จะนำมาใช้กับเพลาที่รับภาระสูง,หมุนเร็ว เช่น เพลาข้อเหวี่ยง รองเพลาชนิดนี้ประกอบไปด้วย ปลอกเหล็กรองรับและชั้นโลหะบาง ๆ
หลายชั้นรองเพลานี้จะสามารถรับภาระรองรับได้สูง โดยที่ใช้เนื้อที่ประกอบน้อยด้วย

รูปที่ MC-BE4 วัสดุรองเพลาลื่นหลายชนิด
Head

รองเพลาโลหะซินเตอร์
จะผลิตแบบเป็นรองเพลาวงแหวนเดียว หรือรองเพลาวงแหวนคู่พิกัดขนาดของรองเพลาชนิดนี้จะเท่ากับของรองเพลาลูกกลิ้ง (Roll
Bearing) จึงสามารถนำไปประกอบในตัวเรือนรองเพลาลูกกลิ้งได้เลย รองเพลาวงแหวนเดียวจะทำจากโลหะซินเตอร์เพียงอย่างเดียว ส่วนรองเพลาวงแหวนคู่ จะมีวงแหวนในทำจากโลหะซินเตอร์และวงแหวนนอกทำจากเหล็กกล้า รองเพลาโลหะซินเตอร์จะมีการนำไปจุ่มในน้ำมัน (25% ของปริมาตร) ก่อนการนำไปประกอบ เมื่อเพลาหมุนจะทำให้รองเพลาร้อนน้ำมันที่แทรกอยู่ในช่องว่างของรองเพลาโลหะซินเตอร์จะขยายตัวไหลเยิ้มออกมาให้การหล่อลื่นได้
รองเพลาลื่นแบบไม่ต้องบำรุงรักษา
เหมาะสำหรับรับรองเพลาที่ใช้ความเร็วต่ำและรับภาระต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นบูชรองเพลาที่ทำจากโพลีเอไมด์ วัสดุโลหะซินเตอร์
ชนิดจุ่มน้ำมันได้
รองเพลาลื่นวัสดุร่วมแบบไม่ต้องบำรุงรักษา จะมีตัวรองรับทำจากเหล็กกล้าหรือบรอนซ์ โดยมีพลาสติก PTFE - ตะกั่วเคลือบผิวอยู่
(ดูรูปที่ MC-BE5 ) สามารถนำมาใช้งานให้หมุนในสภาพแห้งที่มีอุณหภูมิถึง 280 c

รูปที่ MC-BE5 โครงสร้างของรองเพลาลื่นแบบไม่ต้องบำรุงรักษา.

การหล่อลื่นด้วยสารหล่อลื่นแข็ง
สารหล่อลื่นแข็งจะนำมาใช้งานที่มีความร้อน, อิทธิพลสารเคมีที่มีผลกระทบให้ไม่สามารถใช้สารหล่อลื่นประเภทจาระบีหรือน้ำมันได้
หรือในกรณีที่มีความเร็วต่ำ หรือรับแรงกดอัดตามพื้นที่ (Unit Pressure) สูงจนฟิล์มหล่อลื่นไม่สามารถคงรับอยู่ได้ สารหล่อลื่อแข็งที่มีความสำคัญที่สุดก็คือ แกร์ไฟต์, โมลิบดินัมไดซัลไฟต์ และโพลีเตตร้าฟลูออเอทีลีน (PTFE)
อุปกรณ์การหล่อลื่นสำหรับรองเพลาธรรมดา
สารหล่อลื่นจะต้องให้สามารถไหลเข้ารูรองเพลาด้านข้างที่ไม่ได้รับภาระ เข้าไปในร่องหล่อลื่นในรองเพลาได้ ดูรูปที่ MC-BE6 (ก)
หรือที่ไหลเข้าทางข้างแกนเพลา ดังรูปที่ MC-BE6 (ข)


รูปที่ MC-BE6 (ก)
การใช้สารหล่อลื่นไหลเข้าทางรองเพลา.
รูปที่ MC-BE6 (ข)
การใช้สารหล่อลื่นไหลเข้าทางข้างแกนเพลา.

สำหรับเพลาที่หมุนช้าและรองเพลารับภาระน้อย สามารถใช้จาระบีให้การหล่อลื่นก็เป็นการเพียงพอ ดังรูปที่ MC-BE7 หัวอัดจาระบี
สำหรับใช้กระบอกอัดจาระบี อัดจาระบีเข้าไปหล่อลื่น

รูปที่ MC-BE7 รูปร่างหัวอัดจาระบีต่างๆ.

รองเพลา (ลื่น) ธรรมดา ที่มีอ่างน้ำมันหล่อลื่น
จะมีการใช้สิ้นส่วนที่หมุน เช่น วงแหวนจุ่มหรือแผ่นหล่อลื่นที่จะพาน้ำมันหล่อลื่นไปยังตำแหน่งที่ต้องการหล่อลื่น ดังรูปที่ MC-BE8
วงแหวนหล่อลื่นนี้เป็นแหวนที่กำหนดตาม DIN 322

รูปที่ MC-BE8 หลักการทำงานของวงแหวนหล่อหลื่น.

การหล่อลื่นแบบให้หยด (ดูรูปที่ MC-BE9 (ก))
สามารถที่จะควบคุมปริมาณการหยดของน้ำมันด้วยการปรับเข็มให้ขึ้นลง การหล่อลื่นแบบวิก (ดูรูปที่ MC-BE9 (ข)) น้ำมันจะ
ถูกดูดซึมขึ้น ไปตาม เส้นด้ายด้วยปฎิกิริยาแคพิลลา (Capillare) แล้วซึมไหลตามเส้นด้ายลงไปข้างล่างและหยดลงตำแหน่งที่ต้องการหล่อลื่น ข้อควรระวังก็คือ จะต้องให้ปลายเชือกด้านที่ไม่ได้จุ่มน้ำมันอยู่ต่ำกว่าก้นภาชนะที่ใส่น้ำมันหล่อลื่นเสมอ

รูปที่ MC-BE9 (ก)
อุปกรณ์ในการหล่อหลื่น : แบบให้หยด.
รูปที่ MC-BE9 (ข)
อุปกรณ์ในการหล่อหลื่น : แบบวิก.
Head

รองเพลาลูกกลิ้ง (Rolling Bearing)
พื้นฐาน
ความเสียดทานกลิ้ง (Rolling Friction) เมื่อนำวัตถุที่มีแรงกดมาเคลื่อนที่บนลูกกลิ้ง ดังรูปที่ MC-BE10 จะทำให้เกิดความเสียดทาน
โดย จะ ต้องใช้แรงให้ชนะแรงเสียดทาน FR น้อยมาก ตามหลักทฤษฎี ลูกกลิ้งจะสัมผัสผิวด้านล่างเป็นรูปร่างจุด แต่ในทางปฏิบัติแล้ว แรงที่กดลงบนลูกกลิ้งนั้นจะกดให้ลูกกลิ้งส่วนหนึ่งสัมผัสแนบเป็นพื้นที่วงกลม ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียดทานมากขึ้น

รูปที่ MC-BE10 รอยสัมผัสของลูกกลิ้งทรงกลม.

โครงสร้างของรองเพลาลูกกลิ้ง
รองเพลาลูกกลิ้งจะประกอบไปด้วยแหวนนอก, แหวนใน, ลูกกลิ้ง และโครงยึดลูกกลิ้ง แหวนนอกจะเป็นส่วนที่แนบกับเรือนรองเพลา และ
ขณะ เดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นรางกลิ้งสำหรับลูกกลิ้ง ส่วนแหวนในจะสวมอัดแน่นติดกับแกนเพลาและทำหน้าที่เป็นรางกลิ้งภายใน สำหรับลูกจะมีรูปร่างเป็น ทรงกลม, ทรงกระบอกกลม, ทรงผิวโค้ง หรือทรงเรียวปลายตัด โดยจะมีโครงยึดลูกกลิ้งให้มีระยะห่างเท่ากัน แหวนนอก, แหวนใน และลูกกลิ้งจะทำจากเหล็กกล้าโครเมี่ยมอบชุบ เช่น เหล็กกล้าลูกกลิ้งรองเพลา 100 Cr 6 หรือทำจากเหล็กโครเมี่ยม-นิเกิลแล้วชุมแข็ง-เจียระไน จากนั้นจะนำลูกกลิ้งและร่องรางกลิ้งมาทำการขัดผิดมัน โดยปกติรองเพลาลูกกลิ้งขนาดเล็กจะมีโครงยึดลูกกลิ้ง (ดูรูปที่ MC-BE11) ส่วนมากจะทำจากแผ่นเหล็กกล้าและส่วนน้อยที่ทำจากทองเหลืองหรือพลาสติก สำหรับรองเพลาลูกกลิ้งขนาดโต ๆ จะมีโครงยึดลูกกลิ้งที่แข็งแรง (ดูรูปที่ MC-BE12 ) ที่ทำจากทองเหลือง, เหล็กกล้า, โลหะเบา หรือพลาสติก

รูปที่ MC-BE11
โครงสร้างของรองเพลาลูกกลิ้ง

รูปที่ MC-BE12
รองเพลาลูกกลิ้งทรงกระบอกที่มีโครงยึดลูกกลิ้งที่แข็งแรง.

ประเภทของรองเพลาลูกกลิ้ง
เมื่อจำแนกตามรูปร่างพื้นฐานของตัวลูกกลิ้ง จะแบ่งเป็นรองเพลาลูกกลิ้งทรงกลม, และรองเพลาลูกกลิ้ง
รองเพลาลูกกลิ้งกลม (Grooved Ball Bearing)
มีแบบแถวเดียวและสองแถว เหมาะสำหรับรับภาระปานกลางตามแนวรัศมีและภาระต่ำตามแนวแกน และสำหรับความเร็วรอบสูง รองเพลาลูกกลิ้งกลมแบบมีบ่ากับฐาน (Shoulder Ball) และรองเพลาลูกกลิ้งกลมแบบเอียง (Angular Contact Ball Bearing) สามารถใช้รับแรงตามแนวรัศมีและแนวแกนในหนึ่งทิศทางได้ รองเพลาแบบนี้ส่วนใหญ่จะนิยมนำมาประกอบเป็นคู่ให้เกิดการต้านกันเอาไว้
รองเพลาลูกกลิ้งรับแรงตามแนวแกน (Axial Ball Thrust Bearing)
จะนำมาใช้งานให้รับแรงตามแนวแกนเพียงอย่างเดียว ส่วนมาจะนิยมนำมาประกอบร่วมกับรองเพลาที่รับแรงตามแนวรัศมี
รองเพลาลูกกลิ้งทรงกระบอก ( Cylindrical Ball Bearing) จะนำมาใช้รับภาระสูงตามแนวรัศมีและใช้กับเพลาที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโต ๆ
รองเพลาลูกกลิ้งเรียว (Tapered Roller Bearing)
รองเพลาแบบนี้สามารถแยกชิ้นได้ สามารถรับแรงตามแนวรัศมีและแนวแกนได้ รองเพลาแบบนี้นิยมนำมาประกอบเป็นคู่ให้ย้อนทิศทางกัน รองเพลาลูกกลิ้งกลมแบบแกว่งปรับศูนย์ (Self - Aligning Ball Bearing) และรองเพลาลูกกลิ้งป้อม (Barrel Type Roller Bearing)
จะนำมาใช้งานสำหรับรับแรงตามแนวรัศมีและแนวแกน รวมทั้งสามารถใช้กับเพลาที่เบี่ยงเบนไปจากศูนย์และเพลารับการดัดงอได้
รองเพลาลูกกลิ้งเข็ม (Needle Roller Bearing)
ใช้สำหรับริเวณที่มีพื้นที่การประกอบน้อย แต่ก็ยังมากกว่ารองเพลาธรรมดา


การกำหนดสัญลักษณ์ของรองเพลาลูกกลิ้ง
ขนาดที่สำคัญของรองเพลาลูกกลิ้งได้แก่ :
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรู (d)
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรูโตนอก (D)
- ขนาดความกว้างของรองเพลา (B)

รูปที่ MC-BE13
ขนาดที่สำคัญๆของรองเพลาลูกกลิ้ง..
รูปที่ MC-BE14
ขนาดแถวของรองเพลาลูกกลิ้ง.

เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจจึงได้มีการกำหนดขนาดความโตรูรองเพลาแต่ละรูตามมาตรฐาน ISO ให้มีขนาดความกว้างรองเพลาและ
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตนอกสุด ในการให้สัญลักษณ์ของรองเพลาลูกกลิ้งจะใช้ตัวเลขและตัวอักษรโดยมีการกำหนดสัญลักษณ์ย่อไว้ดังนี้
- ประเภทรองเพลา
- แถวความกว้าง
- แถวเส้นผ่านศูนย์กลาง และ
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรูของรองเพลาลูกกลึ้ง
สัญลักษณ์ที่สมบูรณ์ของรองเพลาลูกกลิ้งจะประกอบไปด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
ตัวอย่าง เช่น

ประเภทรองเพลา
DIN - เลขที่
สัญลักษณ์ย่อ
รองเพลาลูกกลิ้งกลม
DIN625
6205

การถอดรองเพลาลูกกลิ้ง
การถอดรองเพลาลูกกลิ้งขนาดเล็ก
รองเพลาลูกกลิ้งที่สวมอัด จะมีการใช้อุปกรณ์ทางกลทำการถอด โดยที่ไม่ทำให้ผิวตัวเรือนรองเพลาและเพลาเสียหาย โดยจะต้องให้ขา
ของอุปกรณ์เกาะที่แหวนของรองเพลาลูกกลิ้งอยู่ในลักษณะที่มิให้แรงดึงนั้นถ่ายเทผ่านไปยังตัวลูกกลิ้งเด็ดขาด ในการถอดรองเพลาลูกกลิ้งมีวิธีต่าง ๆ อยู่หลายวิธี ดูรูปที่ MC-BE15

รูปที่ MC-BE15
อุปกรณ์ที่ใช้ถอดรองเพลาลูกกลิ้งออกจากเพลา.
Head

(ก) เหล็กดึงแบบใช้สกรู
(ข) อุปกรณ์ดึงแบบแผ่นแยก
(ค) อุปกรณ์ดึงแบบสวมขาปรับได้
(ง) อุปกรณ์ดึงแบบแผ่น (Puller Plates) จะนำมาใช้ในกรณีที่ต้องนำรองเพลาลูกกลิ้งมาประกอบอีก
(จ) อุปกรณ์ถอดรองเพลาลูกกลิ้งขนาดเล็กแบบใช้น้ำหนักกระแทก (Impact Puller)
(ฉ) อุปกรณ์ดึงแบบไฮดรอลิกส์ (Hydraulic Puller) นำมาใช้เมื่อต้องการแรงดึงมาก ๆ


การถอดรองเพลาลูกกลิ้งขนาดใหญ่
ในการที่มีการถอดรองเพลาที่ต้องกระทำสม่ำเสมอเนื่องจากเหตุผลของการทำงาน เช่น การเปลี่ยนลูกรีดในโรงรีด การตรวจสอบการ
ทำงาน ของยานยนต์ที่วิ่งบนราง ที่ต้องใช้แรงในการถอดสูงมาก โดยที่ไม่สามารถใช้เครื่องมือถอดทางกลปกติได้ จึงได้มีการพัฒนาวิธีการถอดประกอบที่ง่ายและไม่ทำให้รองเพลาเสียหาย ดังรูปที่ MC-BE16

รูปที่MC-BE16
ตัวอย่างการถอดรองเพลาลูกกลิ้งขนาดใหญ่

(ก) การถอดแหวนในของรองเพลาลูกกลิ้ง (ชนิดถอดแยกได้) ออกจากเพลาด้วยกายอัดน้ำมันไฮดรอลิกส์เข้าไปในรูเพลาให้ไปดันแหวนในให้เบ่งออก จากนั้นใช้เหล็กดูดดึงออกมา (ทางขวา)
(ข) การถอดแหวนในของรองเพลาลูกกลิ้ง (ชนิดถอดแยกได้) ออกจาเพลาด้วยการเหนี่ยวนำแหวนในให้ร้อนก่อนแล้วจึงทำการหมุนมือหมุนให้ขาเหล็กดึงแหวนในออกมา (ทางขวา)
(ค) การใช้แขนเหล็กดูด ดึงแหวนนอกให้ออกจากตัวเรือน
Head

การประกอบรองเพลาลูกกลิ้ง
ชิ้นส่วนของรองเพลาลูกกลิ้งจะมีผิวละเอียดสูงมาก ด้วยเหตุนี้ รองเพลาลูกกลิ้งจึงไวต่อการกระทบกระแทกต่อของแข็ง รวมทั้งสิ่ง
สกปรกอย่างมาก
คำแนะนำการประกอบรองเพลาลูกกลิ้ง
1. รองเพลาลูกกลิ้งควรจะแกะห่อเฉพาะก่อนทำการประกอบเท่านั้น
2. รองเพลาลูกกลิ้งควรจะวางในที่ทำงานที่สะอาด
3. ป้องกันผิวที่จะสวมไม่ให้เกิดการเสียหาย
4. ในขณะประกอบให้รักษาความสะอาดให้ดีที่สุด
5. ในการประกอบให้ตรวจสอบว่าพิกัดงานสวมถูกต้อง
6. ระวังมิให้รองเพลาเกิดการงัดในขณะทำการประกอบ
7. ให้ใช้สิ่งปกปิดรองเพลาที่ประกอบยังไม่เสร็จในระหว่างการพัก
8. ให้ใช้สารหล่อลื่นตามที่กำหนด
การประกอบรองเพลาลูกกลิ้งที่มีรูทรงกระบอก
ตามรูปที่ MC-BE17 และ MC-BE18 เป็นวิธีการประกอบรองเพลาขนาดเล็กที่ใช้ค้อนตอกด้วยมือ หรืออาจจะใช้เครื่องอัดแบบแขนโยก
ดังรูปที่ MC-BE19
ในการให้ความร้อนแก่รองเพลาลูกกลิ้ง จะต้องไม่ให้เกิน 250 องศา มิฉะนั้นจะทำให้โครงสร้างเหล็กกล้าของรองเพลาเปลี่ยนแปลงไป

รูปที่ MC-BE17
วิธีการประกอบรองเพลาขนาดเล็ก
รูปที่ MC-BE18
วิธีการประกอบรองเพลาขนาดเล็ก

รูปที่ MC-BE19
การประกอบเพลาเข้ากับรองเพลาโดยใช้เครื่องอัดแบบแขนโยก


การประกอบรองเพลาลูกกลิ้งขนาดใหญ่
ในการประกอบรองเพลาลูกกลิ้งขนาดใหญ่บนแกนเพลาเรียว หรือที่มีปลอกรองเพลาเรียว มีรูสำหรับให้น้ำมันไฮดรอลิกส์เข้าไปอัดดัน
ให้แหวนในขยับตัวขยายออกแล้วอัดดันให้รองเพลาสวมบนเพลาได้ตามต้องการซี่งมีอยู่ 2 วิธีคือ
1). วิธีไฮดรอลิกส์
2). วิธีน้ำมันอัด
วิธีน้ำมันอัด : วิธีนี้จะอัดน้ำมันเข้าไประหว่างผิวงานสวม โดยน้ำมันที่ใช้จะเป็นน้ำมันเครื่องจักรกลหรือน้ำมันที่มีสารละลายสนิมได้ จึงจะสามารถใช้ในการละลายสนิมผิงงานสวม ในการถอดหรือประกอบได้ วิธีนี้จะใช้แรงในการประกอบน้อย

การหล่อลื่นรองเพลาลูกกลิ้ง
ในรองเพลาลูกกลิ้งจะมีสารหล่อลื่นที่ทำหน้าที่เป็นชั้นกั้นระหว่างลูกกลิ้งที่หมุนกลิ้งไปและส่วนที่สัมผัสลื่นของรองเพลา นอกจากนี้ ยัง
ป้องกัน การกัดกร่อน และในกรณีที่สารหล่อลื่นเป็นจาระบีก็จะช่วยป้องกันการกระแทกซึมของสารหรือวัตถุภายนอก ดังนั้น การใช้สารหล่อลื่นกับรองเพลาควรจะใช้ตามที่ผู้ผลิตรองเพลาเป็นผู้กำหนดมา เนื่องจากวิธีการที่ให้การหล่อลื่นภายหลังและไม่ต้องมีปัญหาการรั่วไหล จึงนิยมหล่อลื่นรองเพลาลูกกลิ้งด้วยจาระบี ส่วนรองเพลาลูกกลิ้งที่มีแผ่นปิดระหว่างแหวนนอก - ใน จะมีการเติมใส่จาระบีมาก่อนจากผู้ผลิตที่เพียงพอต่อการนำไปใช้งานรองเพลาลูกกลิ้งหมดอายุ
การหล่อลื้นด้วยอ่างน้ำมัน
จะใช้กับรองเพลาลูกกลิ้งที่มีความเร็วสูง ต้องการระบายความร้อนจากความเสียดทาน หรือในกรณที่มีชิ้นส่วนเครื่องจักรกลที่อยู่ใกล้ ๆ
เช่น ล้อเฟืองในกระปุกเกียร์จะต้องหล่อลื่นด้วยน้ำมัน (ดูรูปที่MC-BE20) หรือกรณีที่เกิดจากเหตุผลที่อาจจะต้องเติมจาระบีมาก ๆ เช่น รองเพลาขนาดโต ๆ จะให้วงเหวนที่ยึดกับเพลาหมุนพาน้ำมันหล่อลื่นขึ้นไปหล่อลื่นลูกกลิ้งจากด้านบนลงมาด้านล่างได้

รูปที่ MC-BE20
การหล่อลื้นด้วยอ่างน้ำมัน


การหล่อลื่นด้วยระบบไหลวน
น้ำมันหล่อลื่นจะถูกขับจากปั้มไปยังรองเพลาลูกกลิ้ง น้ำมันหล่อลื่นที่ไหลออกจากรองเพลาจะไหลย้อนกลับ ไปยังถังเก็บ แล้วกูกปั้ม
ไปหล่อเลี้ยงรองเพลาต่อไป

การบำรุงรักษารองเพลาลูกกลิ้ง
หลังจากการประกอบและมีการให้การหล่อลื่นรองเพลาลูกกลิ้ง จะต้องระมัดระวังในการหล่อลื่นด้วยจาระบีเพราะรองเพลาจะเติมจาระบี
ได้เพียง 30 ถึง 50 % ของช่องว่างทั้งหมดในรองเพลา หากเติมจาระบีมากเกินไปแล้วจะมีผลให้เกิดความเสียดทานของจารบีสูงขึ้นและร้อน ที่อุณหภูมิสูงจะทำให้จาระบีอ่อนตัวและไหลออกจากตำแหน่งรองเพลา สารหล่อลื่นรองเพลาจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายตามกำหนดเวลาที่ผู้ผลิตเครื่องจักรได้กำหนดมาให้เสมอ ในการตรวจสอบด้วยการฟังเสียงดังของรองเพลาและวัดอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจะต้องกระทำด้วยการใช้ไม้ฟังเสียง ดังรูปที่ MC-BE21 หรือใช้มือจับสัมผัส เสียงที่ดังคล้ายนกหวีดจะบอกให้ทราบว่ารองเพลาขาดสารหล่อลื่นและถ้ารองเพลาหมุนไม่เรียบ มีเสียงดัง และกระแทกแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากมีสิ่งสกปรกในรองเพลาหรือรองเพลาดการเสียหาย

รูปที่ MC-BE21
การใช้ไม้ฟังเสียงดังของรองเพลา.

Head





G. PRECISION ENGINEERING LTD.,PART.

26/27 MOO.9 BYPASS ROAD , TUMBOL NAPA
AMPHUR MUANG ,CHONBURI 20000 THAILAND.
TEL :038-441-348 , 087-9182311 , 081-6446767
FAX : 038-441-349
Website : http://www.Gprecision.net

E-mail : info@gprecision.net