![]() ![]() ![]() |
| คับปลิ้ง (Coupling) และคลัตช์ (Clutch). |
|
|||||||
| คับปลิ้งและคลัตช์มีหน้าที่ยึดเพลาสองเพลาให้เข้าด้วยกัน หรือส่งถ่ายโมเมนต์บิดในลักษณะส่งกำลังด้วยรูปร่างหรือลักษณะ ส่งกำลัง | ||
| ด้วยแรง คับปลิ้งหรือคลัตช์ยังช่วยในการประกอบให้ง่ายขึ้น และทำหน้าที่ต่อหรือตัดการสมดุลกันได้ (ดูรูปที่ MC-COUPLING1 ) ตามประเภทและจุดประสงค์การใช้งานจะแบ่งคับปลิ้งและคลัตช์เป็นแบบตัดต่อกำลังได้หรือแบบใช้งานพิเศษ เช่น คับปลิ้งหรือคลัตช์นิรภัย เป็นต้น | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING1
การนำคับปลิ้งมาใช้งาน. |
| คับปลิ้งแบบตัดต่อกำลังไม่ได้ |
| คับปลิ้งแบบนี้เพลาตามจะไม่สามารถตัดต่อกำลังกับเพลาขับในขณะหมุนทำงานได้ ใช้ในการส่งถ่ายโมเมนต์บิดระหว่างเพลาที่มีแนว | ||
| ศูนย์ร่วมกัน โดยแบ่งตามรูปร่างต่างกันดังนี้ | ||
| คับปลิ้งฝาประกบ
(Split Coupling) ทำจากเปลือกเหล็กหล่อสองชิ้นด้วยการยึดด้วยสกรูให้บีบอัดเพลาทั้งสองไว้ (ดูรูปที่ MC-COUPLING2 ) การส่งถ่ายแรงส่วน ใหญ่ |
||
| จะผ่านบริเวณ
บีดอัด ของแรงสกรู หากต้องการส่งถ่ายการหมุนที่มั่นคงยิ่งขึ้นก็จะมีการใส่ลิ่มอัดเข้าไปขนาดพิกัดของคับปลิ้งฝาประกบได้กำหนดไว้ตามมาตรฐาน
DIN 115 ข้อดี : มีโครงสร้างแบบง่าย ๆ , มีชิ้นส่วนน้อย , ถอดและประกอบง่าย ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับความเร็วรอบสูง เพราะไม่สมดุลทางน้ำหนัก คับปลิ้งฝาประกบส่วนใหญ่จะนำมาใช้ส่งถ่ายกำลังงานน้อย ๆ ที่ความเร็วรอบต่ำ ในลักษณะงานที่ปราศจากการกระแทก |
||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING2
คับปลิ้งฝาประกบ |
| คับปลิ้งหน้าแปลน
(Flnage Coupling) ตามมาตรฐาน DIN 116 จะประกอบไปด้วยหน้าแปลน 2 ชิ้น ที่สวมอัดอยู่ที่ปลายเพลาและมีสกรูร้อยขันยึดเข้าด้วยกัน ดังรูปที่ |
||
| MC-COUPLING3
มีการประกอบลิ่มอัดเข้าไปให้มั่นคงขึ้น หน้าแปลนทั้งสองจะมีบ่าฉากทรงกระบอกหรือมีแหวนนำศูนย์
(ส่วนใหญ่สองชิ้น) ประกอบเข้าด้วยกัน ข้อดี : มีโครงสร้างแบบง่าย ๆ มีความเที่ยงศูนย์ของเพลาทั้งสองที่ดี มีอุบัตเหตุอันตรายน้อยเพราะไม่มีส่วนที่ยื่นโผล่ออกมาในขณะที่หมุน ราคาถูก ข้อเสีย : การถอดประกอบเพลาสามารถเลื่อนขยับได้ตามแนวแกนเพียงอย่างเดียว คับปลิ้งหน้าแปลนจะนำมาใช้กับการส่งถ่ายกำลังงาน และความเร็วรอบสูงกว่าคับปลิ้งฝาประกบ |
||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING3
คับปลิ้งหน้าแปลน |
| คับปลิ้งเพลา
(Shaft Coupling) จะทำหน้าที่ยึดเพลาที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตเท่ากันและอยู่ในแนวศูนย์เดียวกันเข้าด้วยกัน (ดูรูปที่ MC-COUPLING4 ) |
||
| จากลักษณะผิวยึด ลักษณะ เรียวทำให้ไม่ต้องใช้ลิ่มอัดช่วยยึดที่ปลายเพลาแต่อย่างใด สำหรับในการถอดประกอบจะต้องมีเพลาอย่างน้อย 1 เพลาที่จะต้องสามารถขยับเลื่อนตามแนวแกนได้ | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING4
คับปลิ้งเพลากับปลอกเรียว. |
| คับปลิ้งขนิดเคลื่อนไหวได้
จะมีการนำมาใช้งานกับเพลาที่มีแนวศูนย์ไม่ร่วมกัน (ดูรูปที่MC-COUPLING5 ) หรือเกิดการขยับเลื่อนได้ในแนวแกนขณะ หมุน |
||
| ทำงาน คับปลิ้ง ชนิดนี้เคลื่อนไหวได้จะมีชิ้นส่วนที่ยึดมีความยืดหยุ่น จึงเหมาะสมในการดูดกลืนรับภาระกระแทก และการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการหมุน | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING5
ลักษณะแนวเพลาที่มีแนวศูนย์ไม่ร่วมกัน. |
| คับปลิ้งฟันโค้ง
ใช้สำหรับเพลางานที่เยื้องศูนย์มุม, ตามแนวรัศมีหรือขยับตามแนวแกน สามารถส่งถ่ายโมเมนต์ได้มากและมีความเร็วรอบสูง ในขณะ |
||
| ที่เป็นชุดประกอบขนาดเล็ก (ดูรูปที่ MC-COUPLING6 ) คับปลิ้งแบบนี้จะมีล้อ (Hub) สวมอยู่ที่ปลายเพลาทั้งสอง โดยมีฟันเฟืองรูปร่างโค้งอยู่รอบเส้นผ่านศูนย์กลางด้านนอกของล้อ ฟันเฟืองโค้งนี้จะขบกับฟันเฟืองตรงด้านในของตัวเรือนทำให้สามารถส่งถ่านโมเมนต์ในลักษณะรูปร่างได้ ที่ตัวเรือนสามารถใส่ซีลลาบีรินต์หรือซีลโอริง เพื่อช่วยให้สามารถเติมจาระบีให้ฟันเฟืองเกิดการหล่อลื่นได้อย่างถาวร | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING6
คับปลิ้งฟันโค้ง. |
| คับปลิ้งข้อต่อ
(Joint Coupling) เป็นคับปลิ้งที่สามารถให้การหมุนเยื้องศูนย์ของเพลาได้มากกว่าคับปลิ้งฟันโค้ง สำหรับคับปลิ้งข้อต่อชนิดบอลล์จะส่งถ่าย การหมุน |
||
| ระหว่างเพลาทั้งสองผ่านบอลล์เหล็กกล้า (ดูรูปที่ MC-COUPLING7 ) เนื่องจากมีร่องโค้งสำหรับให้บอลล์เหล็กเคลื่อนที่ไปมาได้ในคับปลิ้งครึ่งส่วนทั้งสองได้ จึงทำให้การส่งถ่ายการหมุนเรียบสม่ำเสมอและปราศจากการสั่นสะเทือนจากการหมุน คับปลิ้งนี้นิยมนำมาใช้เป็นคับปลิ้งในการขับเคลื่อนเพลาล้อในยานยนต์ | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING7
คับปลิ้งข้อต่อชนิดบอลล์. |
| คับปลิ้งยูนิเวอแซล (Universal Joint) ประกอบไปด้วยข้อต่อกากะบาทสองชิ้นและส่วนที่ขยับเลื่อนไปมาตามแนวแกนเพลาได้ซึ่งเป็นเพลาฟัน สไปล์น | ||
| (ดูรูปที่ MC-COUPLING8 (ค)) ในงานสร้างเครื่องมือกลจะนำคับปลิ้งนี้มาใช้เป็นเพลาคับปลิ้ง (ข้อต่อ) ยูนิเวอแซลของเพลาขับสปินเดิลในเครื่องเจาะแบบเพลาสปินเดิลหลายเพลาและชุดขับเคลื่อนการป้อนในเครื่องกัดขนาดเล็ก | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING8
คับปลิ้งยูนิเวอแซล |
| คับปลิ้งเมมเบรน
(Membrane Coupling) สามารถส่งถ่ายโมเมนต์ที่ความเร็วรอบสูงได้มาก (ดูรูปที่ MC-COUPLING9 ) การเคลื่อนไหวลักษณะมุมจะกระทำได้โดยมีแผ่น |
||
| เมมเบรน เหล้กกล้า สปริงที่ดัดมาได้หลายทิศทาง ค่าการหักมุมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องแผ่นเมมเบรนห้ามเกิน 1 องศา เพราะคับปลิ้งแบบนี้จะไม่มีชิ้นส่วนที่เลื่อนไปมาต่อกัน ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีการหล่อลื่น จึงเหมาะนำไปใช้งานที่มีอุณหภูมิทำงานสูง | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING9
คับปลิ้งเมมเบรน. |
| คับปลิ้งยืดหยุ่น
(Flexible Coupling) คับปลิ้งยืดหยุ่นสามารถทำหน้าที่ใช้งานกับเพลาที่มีแนว ศูนย์ไม่ร่วมกันหรือขยับเลื่อนในแนวแกนเหมือนกับคับปลิ้งชนิดเคลื่อนไหวได้ |
||
| คับปลิ้งยืดหยุ่นยังมีคุณสมบัติในการรับภาระกระแทกและสั่นสะเทือนได้รอบทิศทางรวมทั้งช่วยให้การเริ่มขับเคลื่อนมีความนิ่มนวลอีกด้วย คับปลิ้งนี้จะนำมาใช้ในการถ่ายโมเมนต์บิดขึ้นลงต่างกันมาก ๆ ได้ ดังตัวอย่างเช่น ปั้มลูกสูบและเครื่องอัดแบบลูกสูบ ชิ้นส่วนยืดหยุ่นในคับปลิ้งจะทำจากยาง สปริงขดสปริงเส้นแบน ดังรูปที่ MC-COUPLING10 ชิ้นส่วนที่ทำจากยางชนิดยืดหยุ่นจะทำให้คับปลิ้งมีความยืดหยุ่นสูง รับการสั่นสะเทือนได้ดีและมีราคาถูก ส่วนคับปลิ้งที่มีสปริงจะเหมาะใช้งานในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อมิให้มีระยะฟรีระหว่างการใช้งาน จะมีการประกอบสปริงเข้าไปในสภาพให้รับแรงอัดเล็กน้อยก่อนเสมอ คับปลิ้งยืดหยุ่นยังเหมาะสำหรับนำมาใช้งานขับเคลื่อนภาระเบาถึงหนักและส่วนใหญ๋จะสามารถหมุนไปมาได้สองทิศทาง | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING10
คับปลิ้งยืดหยุ่น. |
| คับปลิ้งแบบตัดต่อกำลังได้ คับปลิ้งแบบตัดกำลังได้จะนำมาใช้งานเมื่อต้องการตัดหรือต่อกำลังให้เพลาทั้งสองได้ตามที่ต้องการ ตามแต่ประเภทการส่งถ่ายโมเมนต์ |
||
| จะแบ่งแยกเป็นคับปลิ้งประเภทส่งถ่ายกำลังด้วยลักษณะรูปร่าง และคับปลิ้งประเภทส่งถ่ายกำลังด้วยลักษณะแรง ซึ่งเรียกว่า คลัตช์ที่สามารถบังคับควบคุมด้วยกลไก, ไฮดรอลิกส์, นิวแมติกส์หรือแม่เหล็กไฟฟ้า | ||
| คับปลิ้งประเภทส่งถ่ายกำลังลักษณะด้วยรูปร่าง คับปลิ้งชนิดนี้จะส่งถ่ายโมเมนต์บิดผ่านชิ้นส่วน คับปลิ้งที่ขบเข้าด้วยกัน ซึ่งที่มีใช้กันบ่อยที่สุดก็คือ คับปลิ้งเขี้ยว |
||
| (ดูรูปที่ MC-COUPLING11 ) และเฟืองคับปลิ้งคับปลิ้งนี้จะอนุญาตให้เลื่อนขบกันได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสภาพหยุดนิ่ง หรือที่ความเร็วรอบของเพลาต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING11
คับปลิ้งเขี้ยว. |
| เฟืองคับปลิ้งจะนิยมนำมาใช้ในกระปุกเกียร์ของรถยนต์ คับปลิ้งนี้จะมีโครงสร้างเหมือนกับคับปลิ้งฟันโค้งเมื่อ ทำการเลื่อนปลอก | ||
| เลื่อนที่มีฟันเฟืองตรงด้านในปลอกเลื่อน จะสามารถเลื่อนให้ไปขบฟันคับปลิ้งซ้ายหรือขวาได้ตามต้องการ สำหรับการหล่อลื่นเฟืองคับปลิ้งส่วนใหญ่จะกระทำในอ่างน้ำมัน | ||
| คับปลิ้งส่งถ่ายกำลังลักษณะด้วยแรง คับปลิ้งที่ส่งถ่ายกำลังลักษณะด้วยแรงหรือที่เรียกซื่อ คลัตช์ จะมีการส่งถ่ายโมเมนต์ด้วยความเสียดทานผิวความเสียดทานจะถูกแรง |
||
| กดอัดจากภายนอก (สภาพคลัตช์ต่อกำลัง) ให้ส่งถ่ายแรงได้ คลัตช์สามารถที่จะทำการส่งต่อกำลังในขณะที่มีภาระที่ความเร็วรอบสูงได้ เพราะเพลาที่ถูกขับจะค่อย ๆ ถูกคลัตช์ขับพาไปทีละน้อยในขณะปล่อยให้คลัตช์ต่อกำลังทุกครั้งที่มีการโยกให้คลัตช์ต่อกำลัง จะทำให้เกิดความร้อนจากความเสียดทานและการสึกหรอ ดังนั้นจะต้องมีการถ่ายความร้อยอย่างเพียงพอเช่นกันด้วย | ||
| ตามประเภท รูปร่าง ของผิวแผ่นคลัตช์ จะแบ่งคลัตช์ออกเป็น คลัตช์แผ่นเดียว คลัตช์หลายแผ่น คลัตช์เมลลา และคลัตช์เรียว |
| คลัตช์แบบแผ่นเดียว จะมีสปริงกดหลายตัวหรือชุดสปริงเมมเบรน(เป็นแผ่น)กับแผ่นกดอัดต้านตัวเรือนคลัตช์ที่ยึดติดกับเพลาขับ |
||
| (ดูรูปที่ MC-COUPLING12 ) โมเมนต์บิดจะถูกส่งถ่ายจากเพลาขับผ่านตัวเรือนคลัตช์ไปยังแผ่นผิวแผ่นคลัตช์ทั้ง 2 ด้าน แล้วส่งถ่ายไปยังเพลาตาม ในการโยกคลัตช์ให้ตัดการส่งกำลังจะกระทำโดยการเลื่อนดันปลอกเลื่อนไปดันกระเดื่องกดคลัตช์ให้ แผ่นกดดันต้านแรงสปริงไปทางขวา มีผลให้แผ่นคลัตช์ลอย (ไม่ถูกกดอัด) คลัตช์แบบแผ่นเดียวจะทำการโยกปลอกเลื่อนด้วยกลไก หรือด้วยระบบไฮดรอลิกส์ คลัตช์แบบนี้ส่วนใหญ่จะนำมาใช้งานในรถยนต์ คลัตช์ในลักษณะโครงสร้างคล้ายกันเป็นคลัตช์แบบหลายแผ่นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง แผ่นคลัตช์เท่ากันจะสามารถส่งถ่ายโมเมนต์บิดมากกว่า | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING12
คลัตช์แบบแผ่นเดียว. |
| คลัตช์เมลลา
(Lamellar Clutch) จะมีชุดแผ่นคลัตช์หลายแผ่นเรียงซ้อนสลับกัน โดยแผ่นคลัตช์นอกจะสวมอยู่ในตัวเรือน และ แผ่น คลัตช์ในจะสวมอยู่บนร่องเพลา |
||
| ตาม แผ่นคลัตช์จะสามารถขยับเลื่อนตามแนวแกนได้ แผ่นคลัตช์หลายแผ่นซ้อนกันจะถูกปลอกเลื่อนดันกดบังคับให้แขนกดไปกด อัดแผ่นคลัตช์ ทำให้มีการส่งกำลังจากเพลาขับไปยังเพลาตาม | ||
| คลัตช์เมลลาทำงานด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า มีความเหมาะสมสำหรับเครื่องมือที่ควบคุมอัตโนมัติ ดังรูปที่ MC-COUPLING13 เมื่อมีการต่อวงจรให้ไฟฟ้าไหลเข้าไปใน |
||
| ขดลวดที่อยู่ในแกนเหล็ก ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำที่ยึดติดกับตัวเรือนหุ้ม(แสดงด้วยเส้นศูนย์เล็ก) ชนะแรงสปริงกดแผ่นคลัตช์นอกและแผ่นคลัตช์ในจะอัดเข้าด้วยกัน มีผลให้การส่งกำลังจากเพลาขับไปยังเพลาตามเกิดขึ้นทันที | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING13
คลัตช์เมลลาทำงานด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า. |
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING14
โครงสร้างคลัตช์ลาเมลลาแบบแม่เหล็กไฟฟ้าอีกแบบหนึ่ง. |
| ตามรูปที่ MC-COUPLING14 เป็นคลัตช์ลาเมลลาแม่เหล็กไฟฟ้าอีกแบบหนึ่ง คลัตช์ชุด a จะทำงานเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหล | ||
| เข้าไปในขดลวดแม่เหล็ก c ด้ายซ้าย ทำให้การส่งถ่ายโมเมนต์บิดเพลา f ไปยังล้อเฟือง d ในการทำให้คลัตช์ชุด b ทำงาน จะต้องให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าไปในขดลวดแม่เหล็ก C ด้านขวา เพลา f จะส่งถ่ายโมเมนต์บิดไปยังล้อเฟือง e แนวเส้นแรงแม่เหล็กจะวิ่งตามแนวลูกศรผ่านแผ่นคลัตช์ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าขดลวดจะผ่านทางสลิพริง g ส่วนบริเวณขอบ ๆ ของแผ่นคลัตช์จะทำหน้าที่เป็นคลื่นเล็กน้อยเพื่อให้แผ่นคลัตช์หลุดออกจากกันได้วฃง่ายเมื่อมีการตัดการส่งกำลัง และในรูแผ่นคลัตช์จะทำหน้าที่ช่วยให้สนามแม่เหล็กวิ่งผ่านตามแนวลูกศรและให้น้ำมันไหลผ่านได้อีกด้วย | ||
| คลัตช์ลาเมลลาแบบแรงดันน้ำมัน
ตามรูปที่ MC-COUPLING15 น้ำมันจะอัดดันเข้าทางช่อง e ไปอัดดันแหวนลูกสูบ b ให้ไปอัดชุดแผ่นคลัตช์ a ในการตัด |
||
| การส่งกำลัง สปริงกด d จะช่วยดันให้ลูกสูบ b ถอยกลับไปทางขวามือ โดยมีซีล c ทำหน้าที่อุดมิให้น้ำมันไหลเข้าไปในห้องแผ่นคลัตช์ คลัตช์แบบนี้ไม่ต้องมีการปรับตั้งแต่อย่างใด | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING15
คลัตช์ลาเมลลาแบบแรงดันน้ำมัน. |
| คลัตช์แบบเรียว จะมีพื้นผิวเสียดทาน รูปร่างเรียวอยู่ภายในตัวเรือนคลัตช์ คลัตช์สามารถส่งถ่านโมเมนต์บิดได้มากที่ขนาด โครงสร้าง เล็กจากการ |
||
| ที่สามารถเลื่อนปลอกเลื่อน ตามแนวแกนจะทำให้เกิดแรงอัดผ่านแขนกระเดื่องดันแผ่นคลัตช์ให้สัมผัสตัวเรือนได้แรงอัดสัมผัสสูงมาก จากรูปร่างผิวเรียวของคลัตช์จะทำให้การเริ่มต้นส่งถ่ายกำลังไม่นิ่มนวลเหมือนคลัตช์แบบแผ่นหรือคลัตช์ลาเมลลา | ||
| คับปลิ้งหรือคลัตช์สำหรับการใช้งานพิเศษ |
| คับปลิ้งนิรภัย
(Safety coupling) หรือคลัตช์นิรภัย มีหน้าที่ในการตัดส่งกำลังระหว่างเพลาสองเพลา เมื่อเกิดมีความเสียหายหรือการทำงานเกินภาระในส่วน ที่ถูกขับ |
||
| ให้หมุนตามของเครื่องจักรกล ด้วยการให้ชิ้นส่วนของคับปลิ้งส่วนหนึ่งแตกหักแทน ซึ่งคับปลิ้งนิรภัยแบบง่ายที่สุดได้แก่ การใช้สลักให้รับแรงเฉือนหรือคับปลิ้งโบลต์นิรภัย ดังรูปที่ MC-COUPLING16 โบลต์นี้จะถูกคำนวณออกแบบให้สามารถรับโมเมนต์บิดตามต้องการ หากเกินกว่านี้แล้วโบลต์จะขาดออกจากกัน | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING16
คับปลิ้งโบลต์นิรภัย. |
| คลัตช์นิรภัย
(Safety Clutch) มีโครงสร้างคล้ายกับคลัตช์ลาเมลลาหรือคลัตช์แบบแผ่นเดียว (ดูรูปที่ MC-COUPLING17 ) คลัตช์นี้จะส่งถ่ายโมเมนต์บิด |
||
| ลักษณะด้วยแรงโดยผ่าน ผ้าคลัตช์ มีสปริงกดที่ปรับตั้งให้ส่งถ่ายโมเมนต์บิดตามที่ต้องการ หากเกิดมีการส่งถ่ายโมเมนต์บิดเกินกว่ากำหนดหรือการที่ล้อโซ่รับภาระมากเกินไป ก็จะทำให้คลัตช์นี้ลื่นส่งถ่ายกำลังต่อไปไม่ได้ | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING17
คลัตช์นิรภัย. |
| สตาร์ติงคลัตช์ คลัตช์นี้นิยมติดตั้งใช้งานระหว่างเครื่องต้นกำลังและเครื่องจักรกลทำงาน เช่น การทำให้เครื่องยนต์สันดาปภายในสภาพยังไม่ได้ |
||
| รับภาระให้เดินรอบสูง โดยให้อยู่ที่ความเร็บรอบระดับหนึ่ง แล้วจึงให้เครื่องจักรกลทำงานต่อกำลังตนเอง | ||
| สตาร์ติงคลัตฃ์แบบเม็ดเหล็กกล้า จะมีการใส่เม็ดเหล็กกล้ากลมในตัวเรือนคลัตช์ที่ยึดแน่นกับเพลาขับด้วยสกรู (ดูรูปที่ MC-COUPLING18 ) เมื่อ เพลาขับหมุน |
||
| จะเกิดการเหวี่ยงให้เม็กเหล็กกล้ากลมไปอยู่รอบ ๆ มีลักษณะเป็นรูปร่างวงแหวนหนาที่ช่วยพาโรเตอร์ให้หมุนขับเพลาตามได้อย่างนิ่มนวลปราศจากการกระแทก | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING18
สตาร์ติงคลัตฃ์แบบเม็ดเหล็กกล้า. |
| คลัตช์จะมีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์
จะมีน้ำหนักเหวี่ยงศูนย์ยึดติดกับเพลาขับ (ดูรูปที่ MC-COUPLING19 ) เมื่อความเร็วรอบสูงขึ้น น้ำหนักเหวี่ยงหนีศูนย์จะ |
||
| ถูกเหวี่ยง ออกไปอัดกับผิว ความฝืดระหว่างเพลาขับและเพลาตามใหุหมุนไปด้วยกัน | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING19
คลัตช์จะมีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์. |
| คลัตช์ล้อฟรี (Free Whell clutch หรือ Overrunning Clutch) คลัตช์นี้จะการส่งถ่ายกำลังผ่านล้อแลตเชตหรือลูกกลิ้งกลมที่ประกอบอยู่ระหว่างส่วนที่เป็นตัวขับหรือส่วนที่เป็นตัวตามของคลัตช์ | ||
| ตัวอย่างเช่น คลัตช์ล้อฟรีของจักรยานยนต์ (ดูรูปที่MC-COUPLING20 ) เมื่อเพลาขับหมุนเร็วกว่าตัวเรือน ลูกกลิ้งกลมจะถูกรูปร่างของร่องในเพลาดันให้เกิดการขัด(อัด)ระหว่างเพลาขับและเพลาตาม ทำให้ตัวเรือนถูกขับพาไปด้วย แต่ถ้าตัวเรือนหมุนเร็วกว่าเพลาขับเมื่อใด ลูกกลิ้งกลมจะถูกดันให้กลับไปอยู่ในร่องล้อแรตเชตที่ลึกกว่า (รูปที่ MC-COUPLING20 ) ซ้ายมือ ทำให้การถ่ายเทแรงหยุดชะงักลง | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING20
คลัตช์ล้อฟรี. |
| คลัตช์ความฝืดนิรภัย
(Fricton หรือ Safety Clutch) คลัตช์จะทำงานด้วยหลักการที่ให้สปริงลูกกลิ้งให็อยู่ในร่อง (ดูรูปที่MC-COUPLING21 ) เมื่อมีการส่งถ่ายโมเมนต์บิดเกินกำลังที่ |
||
| กำหนด แรงสปริง กดที่ตั้งไว้จะไม่สามารถกดให้ลูกกลิ้งกลมส่งถ่ายโมเมนต์ได้อีกต่อไป (เกิดการลื่น) | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING21
คลัตช์ความฝืดนิรภัย. |
| คลัตช์นิรภัยพีไอวี
ดูรูปที่ MC-COUPLING22 จะมีคลัตช์ก้ามปูครึ่งหนึ่งและผ้าเบรกที่มีแรงสปริงกดให้อัดเข้ากับผิวภายในของ เรือนคลัตช์ทำให้ |
||
| มีการส่งถ่าย โมเมนต์ บิดขึ้นในขณะเริ่มต้นด้วยการพาของคลัตช์ก้ามปูอีกครึ่งหนึ่งที่มาช่วยเสริม ถ้าเกิดการส่งถ่านโมเมนต์บิดเกินกำหนดก็จะทำให้คลัตช์ลื่น ไม่เกิดการส่งกำลังต่อไป | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING22
คลัตช์นิรภัยพีไอวี. |
| คลัตช์ความฝืดลาเมลลานิรภัย แผ่นคลัตช์ลาเมลลาจะมีแรงสปริงกดอัด (ดูรูปที่ MC-COUPLING23 ) ให้เกิดความเสียดทานเพื่อให้เกิดการส่งกำลังได้เมื่อการ |
||
| ส่งถ่ายโมเมนต์บิด มากเกิดกำหนด แผ่นคลัตช์ลาเมลลาจะหมุนลื่น | ||
![]() |
|
รูปที่MC-COUPLING23
คลัตช์ความฝืดลาเมลลานิรภัย. |
|
G. PRECISION ENGINEERING LTD.,PART. 26/27 MOO.9 BYPASS ROAD , TUMBOL NAPA AMPHUR MUANG ,CHONBURI 20000 THAILAND. TEL :038-441-348 , 087-9182311 , 081-6446767 FAX : 038-441-349 Website : http://www.Gprecision.net E-mail : info@gprecision.net |